กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 5/2545
วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2545
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคสังคมไทย


นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 5 เมษายน 2544 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคสังคมไทย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ สรุปได้ว่า พรรคสังคมไทยเป็นพรรค การเมืองที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งเกินเก้าสิบวันนับจนถึงวันสิ้นปี พ.ศ. 2543 เคยรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปี พ.ศ. 2542 ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ตามนัย มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ซึ่งต่อมานายทะเบียนพรรคการเมืองได้ประกาศให้สาธารณชนทราบ ตามประกาศ ลงวันที่ 26 เมษายน 2543 แต่สำหรับปีปฏิทินที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2543) เมื่อใกล้สิ้นสุดระยะ เวลาการจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือ ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544 แจ้งเตือนพรรคการเมืองต่าง ๆ จำนวน 35 พรรค ให้ดำเนินการ ตามบทบัญญัติของกฎหมาย รวมทั้งพรรคสังคมไทยด้วย ปรากฏว่า เมื่อพ้นเวลาตามที่กฎหมาย กำหนด (คือภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544) พรรคสังคมไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามนัย มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 เป็นเหตุ ให้ยุบพรรคการเมืองได้ตาม มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคสังคมไทย ตาม มาตรา 65 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการและพิจารณาวินิจฉัยต่อไป พร้อมทั้งส่งสำเนาคำร้องให้พรรคสังคมไทย เพื่อยื่นคำชี้แจงตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541
หัวหน้าพรรคสังคมไทยมีหนังสือ ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2544 ชี้แจงต่อศาล รัฐธรรมนูญว่า ตามข้อบังคับของพรรคสังคมไทย ข้อ 29 ได้ระบุไว้ว่า เมื่อกรรมการบริหารพรรค ลาออกสองในสามของกรรมการบริหารพรรคที่มีเดิมทั้งหมด ให้ถือว่ากรรมการบริหารพรรคหมดสภาพ การเป็นกรรมการทั้งคณะ และให้กรรมการบริหารพรรคที่ไม่ได้ลาออกรักษาการและจัดให้มีการประชุม ใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 90 วัน โดยคณะกรรมการบริหารพรรค สังคมไทย เดิมมี 18 คน ลาออกแล้ว 12 คน คนสุดท้ายที่ลาออกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2543 คือ นายธนกร พุทธิมา นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตอบรับการลาออกเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2543 ต่อมา หัวหน้าพรรคได้จัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2543 แล้วเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ ตอบรับ จนถึงเดือนมีนาคม 2544 ก็ยังไม่ตอบรับ จึงเข้าใจว่า เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่ตอบรับการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2543 ดังกล่าว ตนเองยังไม่เป็นหัวหน้าพรรคสังคมไทยโดยสมบูรณ์ จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 ได้ อันเป็น เหตุทำให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอเรื่องขอให้ยุบพรรคสังคมไทย และด้วยความที่ตนเอง เข้าใจอย่างนี้ จึงขอความกรุณาจากศาลรัฐธรรมนูญอย่าได้ยุบพรรคสังคมไทย เพื่อตนเองและ กรรมการอื่นได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคสังคมไทยต่อไป
ศาลรัฐธรรมนูญส่งสำเนาคำชี้แจงของหัวหน้าพรรคสังคมไทยให้นายทะเบียนพรรค การเมืองพิจารณา หากประสงค์จะชี้แจงเพิ่มเติม ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 ชี้แจงเพิ่มเติมว่า (1) พรรคสังคมไทยมีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคอย่าง รุนแรง ระหว่าง นายมงคล บานเย็น หัวหน้าพรรค กับนายสมใจ วงเวียน รองหัวหน้าพรรค และนายสุขุม วงเวียน เลขาธิการพรรค ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมของพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองได้หลายประการ เช่น การจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปี พ.ศ. 2542 ตามนัย มาตรา 35 และการจัดทำงบ การเงินของพรรคการเมือง ตามนัย มาตรา 40 ทั้งนายมงคล บานเย็น หัวหน้าพรรค และนายสมใจ วงเวียน รองหัวหน้าพรรค ต่างจัดทำและยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองคนละฉบับ รวมสองฉบับ การประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค แยกกันเป็น 2 คณะ โดยมีหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคเป็นผู้ดำเนินการ ความขัดแย้งดังกล่าวยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด (2) กรณีที่นายมงคล บานเย็น หัวหน้าพรรคสังคมไทย ชี้แจงว่า ยังไม่เป็นหัวหน้าพรรคโดยสมบูรณ์ เนื่องจากนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค ตาม มติที่ประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2543 นั้น ตามข้อบังคับพรรคสังคมไทย พ.ศ. 2542 ข้อ 29 วรรคหนึ่ง (10) กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เมื่อตำแหน่ง กรรมการบริหารพรรคว่างลงสองในสาม และวรรคห้า กำหนดว่า กรณีที่มีเหตุให้คณะกรรมการ บริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้คณะกรรมการบริหารพรรคที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ในตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่านายทะเบียนพรรคการเมืองจะตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร พรรคชุดใหม่ ดังนั้น นายมงคล บานเย็น หัวหน้าพรรคสังคมไทย จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง หัวหน้าพรรคสังคมไทยต่อไปตามข้อบังคับพรรค ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ นายมงคล บานเย็น ทราบอยู่แล้ว โดยได้ดำเนินการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2542 ขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2543 เพื่อ เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามหนังสือ ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2543 ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรคสังคมไทย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม พร้อมเอกสารประกอบ และคำชี้แจง ของหัวหน้าพรรคสังคมไทยแล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งให้ยุบพรรค สังคมไทย ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคสังคมไทย เนื่องจากพรรคสังคมไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 ซึ่งบัญญัติว่า "ให้หัวหน้าพรรค การเมืองจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความ เป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ เว้นแต่พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นยังไม่ถึงเก้าสิบวันนับจนถึงวันสิ้นปี ปฏิทิน" โดยที่ มาตรา 65 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้...... (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตาม ที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น" ปรากฏว่า เมื่อพ้นกำหนดเวลาเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 แล้ว พรรคสังคมไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 กรณีจึงมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคสังคมไทยได้ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) คำชี้แจงของหัวหน้าพรรคสังคมไทยที่อ้างว่า เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ตอบรับการเปลี่ยนแปลง คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ตนจึงยังไม่เป็นหัวหน้าพรรคสังคมไทยโดยสมบูรณ์ และไม่อยู่ ในฐานะที่จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 ได้ นั้น ไม่อาจรับฟังได้ เพราะข้อบังคับพรรคสังคมไทย พ.ศ. 2542 ข้อ 29 วรรคหนึ่ง (10) และวรรคห้า กำหนดว่า เมื่อตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลงสองในสามให้ คณะกรรมการบริหารพรรคที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่านายทะเบียน พรรคการเมืองจะตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่า นายมงคล บานเย็น ได้ลงชื่อในหนังสือที่มีถึงนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2543 และวันที่ 13 มีนาคม 2544 ในฐานะผู้รักษาการในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคสังคมไทยแล้ว
โดยเหตุดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 11 คน (นายกระมล ทองธรรมชาติ นายจุมพล ณ สงขลา นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ นายผัน จันทรปาน นายมงคล สระฏัน นายศักดิ์ เตชาชาญ นายสุจิต บุญบงการ นายสุจินดา ยงสุนทร นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ นายอนันต์ เกตุวงศ์ และนายอุระ หวังอ้อมกลาง) จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรค สังคมไทย
ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฝ่ายเสียงข้างน้อย จำนวน 2 คน (นายอมร รักษาสัตย์ และนายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ให้ยกคำร้อง


(นายกระมล ทองธรรมชาติ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายศักดิ์ เตชาชาญ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update