| |
:: ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
:: เรื่อง การกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-12
โดยที่เป็นการสมควรตรา
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความใน
มาตรา 28 แห่ง
พระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2542 ประกอบกับ มาตรา 97
แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานครและโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
จึงตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้เรียกว่า " ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
เรื่อง การกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2546"
ข้อ
2[1] ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ
3 บรรดา ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วใน
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
ให้ใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้แทน
ข้อ
4 ใน ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
"เงินกู้" หมายความว่า
เงินกู้เป็นค่าใช้จ่ายในโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
"คณะกรรมการ"
หมายความว่า คณะกรรมการบริหารเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุข
ในสังกัดกรุงเทพมหานคร
ข้อ
5 ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการบริหารเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานครเรียกชื่อย่อว่า
"กพส." ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นประธานกรรมการ
ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ
ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง
ผู้แทนกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์
ผู้อำนวยการสำนักอนามัย ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณ ผู้อำนวยการกองกฎหมายและคดี
ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน
ด้านการคลัง หรือด้านการสาธารณสุขจำนวนไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ โดยมีรองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ที่ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์มอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ
เลขานุการสำนักการแพทย์และเลขานุการสำนักอนามัยเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ
6 ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม ข้อ 5
มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระดังกล่าว
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และมีผลนับตั้งแต่วันยื่นหนังสือลาออก
(3) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน
และให้กรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
ข้อ
7 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
(2) ให้คำปรึกษา ความเห็น
หรือ ข้อเสนอแนะต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการบริหารเงินกู้ และเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
(3) พิจารณาร่างสัญญาการกู้เงิน
(4) เรียกข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานครชี้แจง
สอบถามหรือใช้ ข้อเท็จจริงต่างๆ รวมทั้งขอเอกสารจากหน่วยงานและส่วนราชการ
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(6) รายงานผลการดำเนินการตามโครงการทุก
3 เดือน ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ทราบ
(7) หน้าที่อื่นใดตามที่กำหนดไว้ใน
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้หรือตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
ข้อ
8 ให้กรุงเทพมหานครกู้เงินตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ได้ในวงเงิน 1,101,700,000
บาท (หนึ่งพันหนึ่งร้อยเอ็ดล้านเจ็ดแสนบาท) จากแหล่งเงินกู้ประเทศเดนมาร์ก
เงินกู้ที่ได้รับให้ใช้จ่ายได้เฉพาะตามโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
ข้อ
9 การกู้เงินที่เป็นเงินกู้สกุลต่างประเทศ การคำนวณเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นเงินบาทให้เป็นไปตาม
ข้อตกลงระหว่างกรุงเทพมหานครกับแหล่งเงินกู้
ข้อ
10 การทำสัญญากู้เงิน ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อน
ข้อ
11 ให้มีสำนักงานโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
เรียกชื่อย่อว่า "สคก." ประกอบด้วยปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานคร
ที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นหัวหน้าสำนักงานโครงการ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์และผู้อำนวยการสำนักอนามัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานโครงการ
ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายการแพทย์และสาธารณสุข
ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายการคลังและพัสดุ ฝ่ายนิติการ ฝ่ายติดตามและรายงานผล
โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายละอย่างน้อย 2 คน เลขานุการสำนักการแพทย์เป็นเลขานุการสำนักงานโครงการ
หัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักการแพทย์ และหัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักอนามัย เป็นผู้ช่วยเลขานุการสำนักงานโครงการ
เพื่อปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญากู้เงินระหว่างกรุงเทพมหานครกับแหล่งเงินกู้
และปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมายโดยให้รายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้ให้คณะกรรมการทราบทุก
3 เดือน
ข้อ
12 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้และให้มีอำนาจออก
ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
:: ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) สมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ คือ โดยที่กรุงเทพมหานครเห็นชอบให้ดำเนินการโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร
เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นใหม่
เช่น โรงพยาบาลสิรินธร และจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพและทดแทนของเดิมที่ชำรุดของโรงพยาบาล
และศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานครรวมทั้งการพัฒนาคุณภาพการบริการของส่วนราชการในสังกัดสำนักการแพทย์
และสำนักอนามัยเพื่อให้เกิดความครอบคลุม และประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน
ซึ่งกรุงเทพมหานครมี ข้อจำกัดในงบลงทุนตามโครงการ ดังนั้น กรุงเทพมหานครเห็นควรกู้เงินจำนวนไม่เกิน
1,101,700,000 บาท (หนึ่งพันหนึ่งร้อยเอ็ดล้านเจ็ดแสนบาท) จากแหล่งเงินกู้จากประเทศเดนมาร์กเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการตามโครงการนี้
แต่โดยที่ มาตรา 28
แห่ง พระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2542 บัญญัติว่า การกู้เงินต้องตราเป็น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ประกอบกับ มาตรา 97
(4) แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 บัญญัติว่า
การคลัง การงบประมาณ การเงิน การทรัพย์สิน การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน
การจ้าง และการพัสดุ ต้องตราเป็น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร จึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ |
|