กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546

:: บทนิยาม ข้อ 1-3
:: หมวด1 การสมัครรับเลือกตั้งและตัวแทนผู้สมัคร
:: ส่วนที่1 ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ข้อ 4
:: ส่วนที่2 การยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ข้อ 5-9
:: ส่วนที่3 การตรวจสอบสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ข้อ 10
:: ส่วนที่4 การให้หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ข้อ 11
:: ส่วนที่5 ตัวแทนผู้สมัคร ข้อ 12-13
:: หมวด2 ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
:: ส่วนที่1 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้งของผู้สมัคร ข้อ 14-17
:: ส่วนที่2 หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำ และรับรองความถูกต้องของบัญชีรายรับและรายจ่ายของผู้สมัคร ข้อ 18-23
:: หมวด3 การแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ข้อ 24-32
:: หมวด4 การดำเนินการเลือกตั้ง
:: ส่วนที่1 หีบบัตรเลือกตั้ง ข้อ 33-35
:: ส่วนที่2 บัตรเลือกตั้ง ข้อ 36-39
:: ส่วนที่3 การดำเนินงานก่อนวันเลือกตั้ง ข้อ 40-43
:: ส่วนที่4 การดำเนินงานในวันเลือกตั้ง ข้อ 44-50
:: ส่วนที่5 การลงคะแนนเลือกตั้ง ข้อ 51-63
:: ส่วนที่6 การดำเนินงานหลังปิดการลงคะแนน ข้อ 64-66
:: หมวด5 การควบคุมการเลือกตั้ง ข้อ 67-70
:: หมวด6 ค่าตอบแทนของผู้ได้รับแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ข้อ 71
:: หมวด7 แบบพิมพ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ข้อ 72
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง
:: ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-72


อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และ มาตรา 5 มาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 46 มาตรา 51 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 65 มาตรา 66 มาตรา 68 มาตรา 69 และ มาตรา 106 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไว้ดังนี้
ข้อ 1 ข้อกำหนดนี้เรียกว่า "ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อกำหนดนี้
"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
"สภาท้องถิ่น" หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาองค์การบริหารส่วนตำบล สภากรุงเทพมหานคร สภาเมืองพัทยา และสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
"ผู้บริหารท้องถิ่น" หมายความรวมถึง คณะผู้บริหารท้องถิ่น
"หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดเมืองพัทยา และหัวหน้าพนักงานหรือหัวหน้าข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
"ผู้ว่าราชการจังหวัด" หมายความรวมถึง ปลัดกรุงเทพมหานคร
"นายอำเภอ" หมายความรวมถึง ผู้อำนวยการเขตและปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
"นายทะเบียนอำเภอ" หมายความรวมถึง ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ
"นายทะเบียนท้องถิ่น" หมายความรวมถึง ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น
"เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" หมายความว่า ข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการทหาร หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือสมาชิกอาสารักษาดินแดน หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่เลือกตั้ง
"ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"ผู้สมัคร" หมายความว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"ค่าใช้จ่าย" หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
"การเลือกตั้ง" หมายความว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"วันเลือกตั้ง" หมายความว่า วันที่กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งตามประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
"เขตเลือกตั้ง" หมายความว่า ท้องที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"หน่วยเลือกตั้ง" หมายความว่า ท้องถิ่นที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำการลงคะแนนเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งใดที่เลือกตั้งหนึ่ง
"ที่เลือกตั้ง" หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกตั้ง และให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่เลือกตั้ง
"ที่สมัครรับเลือกตั้ง" หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่สมัครรับเลือกตั้ง
"บัตรเลือกตั้ง" หมายความว่า บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"หีบบัตรเลือกตั้ง" หมายความรวมถึง สิ่งที่ใช้แทนหีบบัตรเลือกตั้ง
"จังหวัด" หมายความรวมถึง กรุงเทพมหานคร
"อำเภอ" หมายความรวมถึง เขตและกิ่งอำเภอ
"ตำบล" หมายความรวมถึง แขวง
"ศาลากลางจังหวัด" หมายความรวมถึง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
"ที่ว่าการอำเภอ" หมายความรวมถึง สำนักงานเขตและที่ว่าการกิ่งอำเภอ
"เทศบาล" หมายความรวมถึง เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
top

:: หมวด 1 การสมัครรับเลือกตั้งและตัวแทนผู้สมัคร
ส่วนที่ 1 ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ข้อ 4 ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตาม มาตรา 44 และ มาตรา 45 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
top

:: ส่วนที่ 2 การยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง
ข้อ 5 ในการสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งมีสิทธิยื่นใบสมัครเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ โดยให้ผู้สมัครแต่ละรายกรอกรายละเอียด ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 25 ยื่นต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวัน เวลา และสถานที่สมัครรับเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด พร้อมทั้งเงินค่าธรรมเนียมการสมัครตามบัญชีท้ายข้อกำหนดนี้ และรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกหรือรูปภาพที่พิมพ์ชัดเจนเหมือนรูปถ่ายของตนเอง ตามจำนวนที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด รวมทั้งหลักฐานและเอกสาร ดังนี้
(1) บัตรประจำตัวประชาชน แต่ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบุคคลซึ่งไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมาย ให้ใช้บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้
(2) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือหลักฐานการเสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สมัครเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
(3) ใบรับรองแพทย์
(4) หลักฐานอื่นที่ผู้สมัครนำมาแสดงว่าตนเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม ข้อ 4
กรณีที่มีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้รูปถ่ายเพิ่มขึ้น เพื่อประโยชน์และความสะดวกรวดเร็วในการจัดทำประกาศรับสมัคร ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 28 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งนำรูปถ่ายมาให้เท่าที่จำเป็นเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการจัดพิมพ์ ส.ถ./ผ.ถ. 28 โดยผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
กรณีที่มีผู้ประสงค์จะยื่นใบสมัครพร้อมกันหลายคนหรือหลายกลุ่ม หรือยื่นก่อนเวลารับสมัครและไม่อาจตกลงกันได้ ให้ใช้วิธีจับสลากระหว่างผู้สมัครที่มายื่นพร้อมกันหรือยื่นก่อนเวลารับสมัคร
ข้อ 6 กรณีที่ผู้สมัครคนใดหรือกลุ่มผู้สมัครใดยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งพร้อมกัน ตาม ข้อ 5 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้มีการประชุมผู้สมัครนั้น เพื่อตกลงลำดับการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง หากไม่สามารถตกลงกันได้ให้ดำเนินการจับสลาก ในการจับสลากให้ผู้แทนกลุ่มผู้สมัครแต่ละกลุ่มหรือผู้สมัครที่ยื่นใบสมัครเป็น รายบุคคลจับสลากต่อหน้าผู้สมัครทั้งหมด
การจับสลากให้ดำเนินการสองครั้ง ดังนี้
(1) การจับสลากครั้งที่หนึ่ง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขียนชื่อผู้สมัคร หรือชื่อกลุ่มผู้สมัครที่ต้องจับสลากบนสลากที่เหมือนกันแล้วใส่ในภาชนะทึบแสงทำการเขย่าภาชนะให้สลากคละกัน เพื่อไม่ให้ทราบว่าเป็นสลากของผู้สมัครใดหรือกลุ่มผู้สมัครใด แล้วให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จับสลากชื่อผู้สมัคร หรือชื่อกลุ่มผู้สมัครจากในภาชนะขึ้นมาครั้งละหนึ่งใบ ชื่อผู้สมัครใดหรือกลุ่มผู้สมัครใดที่ถูกจับมาเป็นลำดับแรกให้ถือว่าผู้สมัครนั้น หรือกลุ่มผู้สมัครนั้นเป็นผู้มีสิทธิจับสลากเพื่อยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งก่อน ชื่อผู้สมัครใดหรือกลุ่มผู้สมัครใดที่ถูกจับมาเป็นลำดับถัดไปให้ถือว่าผู้สมัครนั้น หรือกลุ่มผู้สมัครนั้นเป็นผู้มีสิทธิจับสลากเพื่อยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นลำดับถัดไปตามลำดับ จนครบผู้สมัครทุกคนที่ยื่นใบสมัครพร้อมกัน
(2) การจับสลากครั้งที่สอง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขียนหมายเลขตั้งแต่หมายเลขหนึ่งถึงหมายเลขที่เท่ากับจำนวนผู้สมัครหรือกลุ่มผู้สมัครที่ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมกันบนสลากที่เหมือนกันแล้วใส่ในภาชนะทึบแสงทำการเขย่าภาชนะให้สลากคละกัน เพื่อไม่ให้ทราบว่าเป็นสลากที่เขียนหมายเลขใด แล้วให้ผู้สมัครหรือกลุ่มผู้สมัครตามลำดับของผลการจับสลาก ตาม (1) ทำการจับสลากเพื่อยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งจากภาชนะ ผู้สมัครใดหรือกลุ่มผู้สมัครใดจับสลากได้หมายเลขใดให้ถือเป็นหมายเลขลำดับในการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง
ข้อ 7 เมื่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับใบสมัครรับเลือกตั้งของผู้ใดแล้ว ให้ตรวจสอบเบื้องต้นว่าการลงรายการในใบสมัคร ค่าธรรมเนียมการสมัครและหลักฐานการสมัครถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องให้คืนใบสมัครพร้อมด้วยหลักฐานดังกล่าวของผู้นั้นแล้วตรวจสอบใบสมัครรับเลือกตั้ง ค่าธรรมเนียมการสมัคร และหลักฐานการสมัครของผู้สมัครรับเลือกตั้งในลำดับถัดไป
กรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าหลักฐานครบถ้วน ให้สอบสวนถ้อยคำเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แล้วให้ออกใบรับใบสมัครรับเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 26 แก่ผู้สมัครนั้น และให้ทำสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 8 เมื่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ออกใบรับใบสมัครรับเลือกตั้ง ให้แก่ผู้สมัครใดแล้ว ห้ามมิให้ผู้สมัครนั้นถอนการสมัครรับเลือกตั้ง
ข้อ 9 เมื่อเสร็จสิ้นกำหนดเวลาสมัครรับเลือกตั้ง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสรุปผลการรับสมัครรับเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบและให้ส่งเงินค่าธรรมเนียมการสมัครให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการเลือกตั้งนั้นต่อไป
top

:: ส่วนที่ 3 การตรวจสอบสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ข้อ 10 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบหลักฐานการสมัคร และสอบสวนว่าผู้สมัครมีสิทธิที่จะสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ให้เสร็จสิ้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันปิดการรับสมัคร
การสอบสวนสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ให้บันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารหลักฐานการสมัคร คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามตามแบบบันทึกการให้ถ้อยคำต่อท้ายแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 25 หากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเหตุอันสมควรสงสัยเกี่ยวกับหลักฐานการสมัครของผู้สมัครใด ให้แจ้งหน่วยงานที่ออกหลักฐานดังกล่าวเพื่อยืนยันรับรองความถูกต้อง
ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ได้รับสมัครรับเลือกตั้งและไม่ได้รับสมัครรับเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 27 และติดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ศาลากลางจังหวัดหรือที่ว่าการอำเภอที่ตั้งอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้ง ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง และสถานที่อื่นที่เห็นสมควร
สำหรับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ละรายให้จัดทำประกาศแยกต่างหากโดยให้มีชื่อผู้สมัครรูปถ่ายหรือรูปภาพผู้สมัคร และหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่จะใช้ลงคะแนน ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 28 และให้ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ ตามวรรคสามด้วย
top

:: ส่วนที่ 4 การให้หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร
ข้อ 11 ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งได้รับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่จะใช้ใน การลงคะแนนเลือกตั้งตามลำดับก่อนหลังการมายื่นใบสมัครตามลำดับเลขที่ใบรับใบสมัครรับเลือกตั้ง ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้แต่ละบุคคลหรือแต่ละกลุ่ม แล้วแต่กรณี
กรณีที่ผู้สมัครใดยื่นใบสมัครเป็นกลุ่ม ผู้สมัครกลุ่มนั้นจะได้รับหมายเลขเรียงตามลำดับของกลุ่มจนครบจำนวนผู้สมัครทุกคนในกลุ่ม
กรณีบุคคลที่ไม่มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามประกาศของ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 28 และต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยให้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ได้ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นให้ถือว่าผู้นั้นได้รับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ตามลำดับเลขที่ใบรับใบสมัครรับเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้
top

:: ส่วนที่ 5 ตัวแทนผู้สมัคร
ข้อ 12 ตัวแทนผู้สมัครได้แก่บุคคลซึ่งผู้สมัครแต่ละคนแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนไปประจำอยู่ ณ ที่ซึ่งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดไว้ในที่เลือกตั้งแห่งละหนึ่งคน เพื่อดูแลการดำเนินการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยยื่นหนังสือแต่งตั้งตัวแทนผู้สมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนวันเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันเมื่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงลายมือชื่อรับทราบแล้วให้ลงวัน เดือน ปี ในหนังสือนั้นแล้วมอบคืนไป โดยทำสำเนาเก็บไว้ตรวจสอบหนึ่งฉบับ
ข้อ 13 ในที่เลือกตั้งนั้น ตัวแทนผู้สมัครต้องแสดงหนังสือแต่งตั้งตัวแทน ผู้สมัครที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับทราบแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทราบและให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดที่นั่ง ในจุดที่สามารถมองเห็นการปฏิบัติงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ และตัวแทนผู้สมัครต้องอยู่ในที่ซึ่งจัดไว้เท่านั้น ทั้งห้ามมิให้ตัวแทนผู้สมัครเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือจับต้องบัตรเลือกตั้ง หรือกล่าวตอบโต้กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือระหว่างกันเอง โดยประการที่เป็นอุปสรรคแก่กิจการที่กำลังดำเนินอยู่
ถ้าตัวแทนผู้สมัครคนใดกระทำการฝ่าฝืนอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าวในวรรคหนึ่ง และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ตักเตือนแล้วยังขัดขืน คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะสั่งให้ตัวแทนผู้สมัครคนนั้นออกไปเสียจากที่เลือกตั้งก็ได้
ถ้าตัวแทนผู้สมัครพบว่า คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติการไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้รีบทักท้วงทันที เมื่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้รับคำทักท้วงแล้ว ถ้าเรื่องที่ทักท้วงเป็นกรณีที่ต้องบันทึก ไว้ก็ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจดบันทึกคำทักท้วงพร้อมผลการวินิจฉัยไว้ ในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
top

:: หมวด 2 ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
ส่วนที่ 1 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
ข้อ 14 เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับ พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แก่การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทใดแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 29 โดยพลัน และคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
(1) ขนาดพื้นที่ และลักษณะทางภูมิศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(2) จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(3) จำนวนหน่วยเลือกตั้ง
(4) ดัชนีราคาผู้บริโภคตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์
เพื่อประโยชน์ในการกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นก็ได้
ข้อ 15 ผู้สมัครแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งแต่ละครั้งไม่เกินจำนวนเงิน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนด
กรณีการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครให้คิดรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
กรณีมีเหตุอื่นใดที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งที่มิใช่การครบวาระการดำรงตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครให้คิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่มีประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
ประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ได้จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะได้มีประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายขึ้นใหม่
กรณีที่มีการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผู้สมัครแต่ละคนจะต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ได้ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนเงินตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 16 ค่าใช้จ่ายตาม ข้อ 15 ให้จ่ายได้ตามรายการดังต่อไปนี้
(1) ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
(2) ค่าจ้างแรงงานทุกประเภทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริงตามสภาพของแต่ละท้องถิ่น
(3) ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่
(4) ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
(5) ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
(6) ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ
(7) ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง
(8) ค่าสาธารณูปโภคและค่าไปรษณียากร
(9) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
ข้อ 17 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดออกประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 29 แล้ว ให้ปิดประกาศไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้ง อย่างน้อยแห่งละหนึ่งชุดโดยเร็ว
top

:: ส่วนที่ 2 หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและรับรองความถูกต้องของบัญชีรายรับและรายจ่ายของผู้สมัคร
ข้อ 18 ให้ผู้สมัครจัดทำบัญชีและรายงานแสดงรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งตามแบบต่อท้าย ส.ถ./ผ.ถ. 30 โดยอนุโลม
ข้อ 19 การจัดทำบัญชีตาม ข้อ 18 สำหรับการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้คิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่มีรายการใช้จ่ายเกิดขึ้นภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
กรณีมีเหตุอื่นใดที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งที่มิใช่การครบวาระการดำรงตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครให้เริ่มตั้งแต่วันที่มีประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
ข้อ 20 ในการจัดทำบัญชี ให้บันทึกรายการรับและจ่ายตามที่มีรายการเกิดขึ้นจริง และทุกรายการจะต้องมีเอกสารหลักฐานที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบสำคัญรับเงิน หรือใบรับรองการจ่ายเงินหรือเอกสารหลักฐานแห่งหนี้ประกอบการบันทึกบัญชี
กรณีเอกสารหลักฐานที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบสำคัญรับเงิน หรือเอกสารหลักฐานแห่งหนี้อย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้ วัน เดือน ปี ชื่อตัว-ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้รับเงิน รายการรับเงิน จำนวนเงินและลายมือชื่อของผู้รับเงินและผู้จ่ายเงิน
กรณีเอกสารหลักฐานที่เป็นใบรับรองการจ่ายเงินอย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้ วัน เดือน ปี ชื่อตัว-ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้จ่ายเงิน รายการจ่ายเงิน จำนวนเงิน และลายมือชื่อของผู้จ่ายเงิน
ข้อ 21 ให้ผู้สมัครยื่นบัญชีและรายงานแสดงรายรับและรายจ่ายตาม ข้อ 18 ซึ่งรับรองความถูกต้องพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน ตามความจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
ข้อ 22 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับบัญชีและรายงานแสดงรายรับและรายจ่ายตาม ข้อ 21 แล้ว ให้จัดทำประกาศรายการค่าใช้จ่ายของผู้สมัครตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 30 และให้ปิดประกาศ ณ ศาลากลางจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้ง อย่างน้อยแห่งละหนึ่งชุด และเก็บไว้เป็นหลักฐาน ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหนึ่งชุด
ข้อ 23 กรณีที่มีเหตุผลอันควรสงสัยและมีหลักฐานที่น่าเชื่อ ได้ว่าผู้สมัครใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสอบหาข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการ โดยเร็วตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
top

:: หมวด 3 การแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ข้อ 24 เมื่อมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีหน้าที่รับแจ้งเหตุ และดำเนินการเกี่ยวกับการรับแจ้งเหตุตามหมวด 3 แทนผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 25 นอกจากเหตุตาม มาตรา 35 (1) (2) (3) และ (4) แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 เหตุดังต่อไปนี้ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แจ้งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแล้วจะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็ได้ คือ
(1) มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกลจากที่เลือกตั้ง
(2) เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
(3) มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร
(4) ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
(5) มีเหตุสุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ
ข้อ 26 ในการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งตาม ข้อ 25 ให้เจ้าบ้านหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งเหตุ ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 31 หรือทำเป็นหนังสือซึ่งอย่างน้อยต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้านให้ชัดเจน พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยเหตุใด ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยต้องแจ้งเหตุก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับหนังสือการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ให้มีการลงรับหนังสือแจ้งเหตุนั้นตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ และกรณีที่มีการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ให้ถือวันรับแจ้งเหตุตามตราประทับซึ่งระบุ วัน เดือน ปี ของไปรษณีย์เป็นสำคัญ
ข้อ 27 เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแจ้งนั้นเป็นเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งตาม ข้อ 25 ให้บันทึกการแจ้งเหตุไว้ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในช่องหมายเหตุและลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้
กรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแจ้งไม่เป็นเหตุตาม ข้อ 25 ให้แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นทราบภายใน สามวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเหตุและเก็บหนังสือแจ้งเหตุนั้นไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 28 กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมิได้แจ้งเหตุตาม ข้อ 26 ให้เจ้าบ้านหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 31 หรือทำเป็นหนังสือโดยระบุรายละเอียดเช่นเดียวกับ ข้อ 26 ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง
ให้นำความใน ข้อ 26 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 29 เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับหนังสือแจ้งเหตุ ตาม ข้อ 28 ให้ทำการตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดที่ใช้หมายเหตุในการเลือกตั้ง ว่ามีผู้มาแสดงตนและลงคะแนนเลือกตั้งแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่
กรณีที่ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีผู้มาแสดงตนและลงคะแนนเลือกตั้งแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการเช่นเดียวกับ ข้อ 27
กรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้มาแสดงตนและลงคะแนนเลือกตั้งแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดภายในสามวันนับแต่วันสิ้นสุดการแจ้งเหตุตาม ข้อ 28 เพื่อพิจารณาว่าสมควรจะเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มีคำสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งหรือไม่
ข้อ 30 ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดส่งบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุด ที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งใช้ตรวจสอบและหมายเหตุการลงคะแนนของแต่ละหน่วยเลือกตั้งไป ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลือกตั้ง
ข้อ 31 เมื่อผู้อำนวยการทะเบียนกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้รับบัญชีรายชื่อตาม ข้อ 30 แล้วให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งตาม ข้อ 26 หรือ ข้อ 28 หรือแจ้งแล้วแต่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุตาม ข้อ 25 โดยแยกเป็นรายตำบลหรือชุมชนของแต่ละเขตเลือกตั้งตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 32 จำนวนสี่ชุด และให้ดำเนินการดังนี้
(1) ชุดที่ 1 มอบให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(2) ชุดที่ 2 มอบให้ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานคร หรือปลัดเทศบาลหรือปลัดเมืองพัทยา ปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหรือสถานที่อื่นที่ เห็นสมควรเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในเขตหมู่บ้าน หรือปิดประกาศไว้ ณ เขตชุมชนหนาแน่นเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในเขตชุมชนนั้น
(3) ชุดที่ 3 มอบให้ผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานคร หรือปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือปลัดเทศบาล หรือปลัดเมืองพัทยา หรือปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล เก็บไว้เป็นหลักฐาน
(4) ชุดที่ 4 มอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 32 บุคคลผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อตาม ข้อ 31 เป็นผู้เสียสิทธิตาม มาตรา 37 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
top

:: หมวด 4 การดำเนินการเลือกตั้ง
ส่วนที่ 1 หีบบัตรเลือกตั้ง
ข้อ 33 หีบบัตรเลือกตั้งให้ทำด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นที่มั่นคงและแข็งแรงมีฝาด้านบน และมีที่สำหรับใส่กุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจ ด้านหน้าให้มีที่ใส่กุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจและวัสดุโปร่งใสสามารถมองเห็นภายในหีบบัตรเลือกตั้งได้ และที่ฝามีช่องสำหรับใส่บัตรเลือกตั้ง
หีบบัตรเลือกตั้งให้มีหนึ่งใบและมีขนาดพอที่บรรจุบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดของแต่ละหน่วยเลือกตั้ง และเมื่อใส่กุญแจหรือวัสดุอื่นแทนกุญแจแล้วถ้ามิได้ไขกุญแจออกหรือทำลายวัสดุที่ใช้แทนกุญแจ จะไม่สามารถนำบัตรเลือกตั้งออกจากหีบบัตรเลือกตั้งได้
หีบบัตรเลือกตั้งให้มีลักษณะตามแบบท้ายข้อกำหนดนี้โดยอนุโลม
ข้อ 34 กรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นในวัน เวลา และที่เลือกตั้งเดียวกัน ให้ใช้หีบบัตรเลือกตั้งแยกจากกัน โดยให้มีเครื่องหมายหรือสีของหีบบัตรเลือกตั้ง ให้แตกต่างกันเพื่อให้ทราบชัดเจนว่าเป็นหีบบัตรเลือกตั้งประเภทใด
ข้อ 35 กรณีมีเหตุสุดวิสัยเฉพาะท้องที่ซึ่งไม่สามารถจัดหาหีบบัตรเลือกตั้งให้มีลักษณะตาม ข้อ 33 หรือ ข้อ 34 ได้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดสิ่งที่ใช้แทนหีบบัตรเลือกตั้งได้
top

:: ส่วนที่ 2 บัตรเลือกตั้ง
ข้อ 36 บัตรเลือกตั้งให้ใช้กระดาษที่มีขนาดกว้างยาวตามความจำเป็น
ข้อ 37 บัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรเลือกตั้งให้เย็บเป็นเล่มๆ ละไม่เกินยี่สิบห้าบัตร ให้มีปกหน้าและปกหลัง และมีรอยปรุเพื่อให้ฉีกบัตรเลือกตั้งออกจากต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้
ปกหน้าอย่างน้อยให้มีรายการดังนี้ เล่มที่ …. เลขที่ …. ถึงเลขที่ ….. จำนวน ………. บัตร บัตรเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งประเภทใด หน่วยเลือกตั้งที่ ….. หมู่ที่ ……… ตำบล/แขวง ……………… (เทศบาล …………….) อำเภอ/เขต …………… ที่เลือกตั้ง ……… เขตเลือกตั้งที่ ……….. จังหวัด ……………. และมีช่องสำหรับลงลายมือชื่อผู้มอบบัตรเลือกตั้งและผู้รับบัตรเลือกตั้ง
ปกหลังอย่างน้อยให้มีรายการดังนี้ บัตรเลือกตั้งจำนวน ……… บัตร ใช้แล้วจำนวน ……… บัตร ได้ตรวจสอบจำนวนบัตรเลือกตั้งแล้วเหลือจำนวน ………. บัตร และมีช่องสำหรับลงลายมือชื่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งผู้ตรวจสอบและนำส่ง
ปกบัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามตัวอย่างท้ายข้อกำหนดนี้โดยอนุโลม
ข้อ 38 ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งอย่างน้อยให้มีรายการดังนี้ เล่มที่ ……. เลขที่ ……… อยู่ด้านบนของต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และมีที่ลงลายมือชื่อของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งผู้ที่จ่ายบัตรเลือกตั้ง และมีช่องสำหรับเขียนชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย
ข้อ 39 บัตรเลือกตั้งมีลักษณะ ดังนี้
(1) บัตรเลือกตั้งเมื่อพับแล้วด้านหน้ามีแถบสีอยู่บริเวณขอบขวา ถัดไปทางซ้ายมีตราครุฑและระหว่างตราครุฑกับแถบสีมีข้อความว่า "บัตรเลือกตั้ง" ใต้ตราครุฑมีชื่อประเภทสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(2) ด้านในของบัตรเลือกตั้งมีข้อความว่า "ไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใดให้ทำเครื่องหมายกากบาท (เช่น ?) ใน "ช่องไม่ลงคะแนน" นี้" และมีลูกศรชี้ตรงช่องไม่ลงคะแนนด้านบนของช่องมีข้อความว่า "ช่องไม่ลงคะแนน" และมีช่องว่างสำหรับทำเครื่องหมายหนึ่งช่อง
ด้านในของบัตรเลือกตั้งมีข้อความว่า "ให้ทำเครื่องหมายกากบาท (เช่น ?) ใน "ช่องทำเครื่องหมาย" นี้" และมีลูกศรตรงช่องทำเครื่องหมาย
ในบัตรเลือกตั้งให้มีช่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ซึ่งเป็นตัวเลขอารบิค และให้มีช่องทำเครื่องหมายสำหรับทำเครื่องหมายกากบาท
บัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามตัวอย่างท้ายข้อกำหนดนี้โดยอนุโลม และหากจะนำไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งใด เมื่อใดให้มีการประทับตราหรือเครื่องหมายตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนด
กรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นในวัน เวลา และที่เลือกตั้งเดียวกันให้สีบัตรเลือกตั้งแตกต่างกัน
top

:: ส่วนที่ 3 การดำเนินงานก่อนวันเลือกตั้ง
ข้อ 40 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมหีบบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แบบพิมพ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งให้พร้อมก่อนวันเลือกตั้ง
เพื่อประโยชน์และความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะบุคคล หรือบุคคลเป็นผู้ช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้องขอได้
ข้อ 41 ก่อนวันเลือกตั้ง คณะอนุกรรมการ คณะบุคคล หรือบุคคล ตาม ข้อ 40 อาจร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่งตั้งคณะทำงานคณะหนึ่งหรือหลายคณะตามความจำเป็นเพื่อช่วยเหลือในการมอบหีบบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง ประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 4) ประกาศเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 5) ประกาศเปลี่ยนแปลงที่เลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 6) คำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 7) ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 9) สมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12) แบบขีดคะแนนเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 13) ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 14) รายงานการส่งหีบบัตรเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 16) ประกาศงดการลงคะแนนเลือกตั้งของประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 21) ประกาศงดการนับคะแนนเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 23) บัญชีรายการบรรจุถุงวัสดุใสที่บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 24) ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับสมัครรับเลือกตั้งและไม่ได้รับสมัครรับเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 27) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 28) ประกาศจำนวนบัตรเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน (ส.ถ./ผ.ถ. 33) ประกาศรายการเกี่ยวกับจำนวนบัตรเลือกตั้งเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน (ส.ถ./ผ.ถ. 34) และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งแก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ของหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ในเขตรับผิดชอบให้เสร็จเรียบร้อยก่อนการเปิดการลงคะแนน โดยให้มีเวลาเพียงพอที่จะตรวจสอบและนับจำนวนบัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แบบพิมพ์และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ต้องใช้ในการเลือกตั้ง
จำนวนบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ต้องใช้ในการเลือกตั้ง ต้องพิจารณาและคำนวณด้วยความรอบคอบให้มีจำนวนเพียงพอที่จะใช้ในการลงคะแนนด้วย
ข้อ 42 ให้ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง อีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นผู้รับหีบบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แบบพิมพ์ และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งจากบุคคล หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตาม ข้อ 41
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะต้องตรวจสอบและนับจำนวนบัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แบบพิมพ์ และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งให้ถูกต้องและลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 43 เมื่อได้ตรวจและนับจำนวนบัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แบบพิมพ์ และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งทั้งหมด บรรจุลงในหีบบัตรเลือกตั้ง แล้วให้ปิดหีบบัตรเลือกตั้งใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจและมัดหีบบัตรเลือกตั้งด้วยเชือก ผูกปมเชือกไว้ด้านข้างหีบบัตรเลือกตั้งแล้วประจำครั่งทับปมเชือก และปิดช่องใส่บัตรเลือกตั้ง ใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจแล้วให้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด โดยให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย
top

:: ส่วนที่ 4 การดำเนินงานในวันเลือกตั้ง
ข้อ 44 ในวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนำหีบบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แบบพิมพ์ และอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งไปถึงที่เลือกตั้งก่อนเวลาประมาณ 07.00 นาฬิกา
ข้อ 45 ก่อนเริ่มเปิดการลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบและนับจำนวนบัตรเลือกตั้งทั้งหมด และประกาศจำนวนบัตรเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน (ส.ถ./ผ.ถ. 33) โดยปิดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้ง
ข้อ 46 คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องจัดแบ่งหน้าที่กัน ดังต่อไปนี้
(1) หน้าที่จัดระเบียบและรักษาความสงบเรียบร้อยในที่เลือกตั้ง ได้แก่ การจัดระเบียบควบคุม ดูแล และให้ความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการที่มาแสดงตนใช้สิทธิลงคะแนนเพื่อให้การดำเนินการเลือกตั้งเป็น ไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นระเบียบ
(2) หน้าที่ตรวจบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้แก่ การตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อ่านชื่อและที่อยู่ การลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จดหมายเลขบัตรและสถานที่ออกบัตรและให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(3) หน้าที่มอบบัตรเลือกตั้ง ได้แก่ การมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จัดให้มีการลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลงลายมือชื่อตนเองไว้ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
(4) หน้าที่ควบคุมดูแลคูหาลงคะแนน ได้แก่ การจัดระเบียบในการเข้าไปลงคะแนนในคูหาลงคะแนนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม
(5) หน้าที่ควบคุมหีบบัตรเลือกตั้ง ได้แก่ การควบคุมดูแลหีบบัตรเลือกตั้ง และอำนวยความสะดวกการหย่อนบัตรเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่เหลืออยู่ให้คอยสับเปลี่ยนช่วยเหลือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่
การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ประสานงานหรือปรึกษาหารือกับผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งด้วย
ข้อ 47 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งอาจแบ่งบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดที่ใช้หมายเหตุการลงคะแนนและบัตรเลือกตั้งออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้การแสดงตนการขอใช้สิทธิเลือกตั้งและส่งมอบบัตรเลือกตั้งรวดเร็วขึ้น
ข้อ 48 เมื่อใกล้ถึงเวลา 08.00 นาฬิกา ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนำหีบบัตรเลือกตั้งแสดงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่ ณ ที่เลือกตั้งเห็นว่าเป็นหีบเปล่า เสร็จแล้วให้ปิดเทปกาวผนึกรอยต่อภายนอกหีบบัตรเลือกตั้ง และใส่กุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจ เสร็จแล้วเปิดช่องใส่บัตรเลือกตั้ง และบันทึกการดำเนินการดังกล่าวในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12) โดยให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าคน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองคน ซึ่งอยู่ในที่เลือกตั้งในขณะนั้นลงลายมือชื่อในรายงาน เว้นแต่ไม่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในขณะนั้น
ข้อ 49 เมื่อได้ดำเนินการตาม ข้อ 48 แล้ว ให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกล่าวเปิดการลงคะแนน เช่น กล่าวว่า "บัดนี้ถึงเวลาการลงคะแนนแล้วขอเปิดการลงคะแนน" แล้วจึงเริ่มดำเนินการลงคะแนนต่อไป
ข้อ 50 ให้เปิดการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 15.00 นาฬิกา
top

:: ส่วนที่ 5 การลงคะแนนเลือกตั้ง
ข้อ 51 การใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นหลักฐานเพื่อขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งโดยแสดง
(1) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือ
(2) ใบรับคำขอมีบัตรหรือเปลี่ยนบัตรใหม่ (บ.ป. 2) ที่ติดรูปถ่ายและประทับตราเจ้าหน้าที่ หรือ
(3) ใบแทนใบรับคำขอมีบัตรที่ติดรูปถ่ายและประทับตราเจ้าหน้าที่ (บ.ป. 2 ก) หรือ
(4) บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมาย ว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ
(5) บัตรประจำตัวหรือหลักฐานอื่นซึ่งทางราชการออกให้ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดตาม ข้อ 52
ข้อ 52 บัตรประจำตัวหรือหลักฐานซึ่งทางราชการออกให้ ตาม ข้อ 51 (5) ต้องมีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งได้แก่หลักฐานดังต่อไปนี้
(1) ใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก
(2) หนังสือเดินทางที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศ
ข้อ 53 เมื่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบหลักฐาน ตาม ข้อ 51 หรือ ข้อ 52 ของผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้งกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้วเห็นว่าถูกต้องตรงกัน ให้อ่านชื่อและที่อยู่ของผู้นั้นดังๆ ถ้าไม่มีผู้ใดทักท้วงให้จดหมายเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขบัตรประจำตัวอื่นและสถานที่ออกบัตร และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นเพื่อลงคะแนน
กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่มีหัวแม่มือขวาให้พิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือซ้าย ถ้าไม่มีนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างให้พิมพ์ลายนิ้วมือใดนิ้วมือหนึ่งแทน หากไม่มีนิ้วมืออยู่เลยให้ได้รับการยกเว้น และให้หมายเหตุไว้ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ข้อ 54 กรณีมีผู้ทักท้วงหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งสงสัยว่าผู้มาแสดงตนไม่ใช่เป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ถูกทักท้วงหรือผู้ถูกสงสัยมีสิทธิลงคะแนนหรือไม่ และในกรณีที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งวินิจฉัยว่า ผู้ถูกทักท้วงหรือผู้ถูกสงสัยเป็นหรือไม่เป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบันทึกคำวินิจฉัยลงในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
ถ้าคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ถูกทักท้วง หรือผู้ถูกสงสัยเป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็ให้ดำเนินการตาม ข้อ 53 และให้บันทึกคำวินิจฉัยลงในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12) แต่ถ้ามีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ถูกทักท้วงหรือผู้ถูกสงสัยเป็นผู้ไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแจ้งผู้นั้นพร้อมแสดงเหตุผล หากผู้ถูกทักท้วงหรือผู้ถูกสงสัยนั้นพยายามที่จะลงคะแนนเลือกตั้งทั้งที่ได้รับแจ้งแล้วว่าตนไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข้อ 55 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งใด ให้ลงคะแนนเลือกตั้งได้เฉพาะหน่วยเลือกตั้งนั้น กรณีที่ผู้ใดมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายหน่วยเลือกตั้งมีสิทธิให้ลงคะแนนเลือกตั้งได้เพียงแห่งเดียว
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งที่ตนต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นได้ โดยไม่ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่หน่วยเลือกตั้งที่ตนปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง
ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามวรรคสอง ซึ่งประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ตนต้องปฏิบัติหน้าที่ แสดงหลักฐานคำสั่งแต่งตั้งต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งก่อนทำการลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบถูกต้องแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพิ่มชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 9) อีกส่วนหนึ่ง และไม่ให้นับรวมกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น แต่ให้นับเป็นจำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วบันทึกลงในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
ข้อ 56 ภายใต้บังคับ ข้อ 55 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดแม้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของหน่วยเลือกตั้ง ใดก็ตามถ้าไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและไม่ดำเนินการขอเพิ่มชื่อในหน่วยเลือกตั้งนั้น เมื่อถึงวันเลือกตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นจะใช้สิทธิลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่ได้
ข้อ 57 เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว ให้ไปยังคูหาลงคะแนนเพื่อทำเครื่องหมายกากบาท ลงในบัตรเลือกตั้งได้ไม่เกินจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่จะพึงมีในแต่ละเขตเลือกตั้ง และนำบัตรเลือกตั้งที่พับเรียบร้อยแล้วหย่อนใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนพิการเป็นกรณีพิเศษ เช่น จัดให้มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคอยช่วยเหลือ แนะนำวิธีการลงคะแนนเลือกตั้ง ให้แก่คนพิการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือจัดให้มีคูหาลงคะแนนสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ เป็นต้น
ข้อ 58 ผู้ใดแสดงตนว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่พบชื่อผู้นั้นในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้แจ้งแก่ผู้นั้นว่า "ไม่มีสิทธิลงคะแนน" และห้ามมิให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพิ่มชื่อผู้นั้นลงไปโดยพลการ แม้จะทราบว่าผู้นั้นมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ตาม แต่ถ้าผู้นั้นยืนยันว่าตนมีสิทธิที่จะลงคะแนนได้ เช่น อ้างว่าได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือศาล และนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือศาลได้สั่งให้เพิ่มชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นยังมิได้เพิ่มชื่อให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตรวจสอบหลักฐานและวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะให้ผู้นั้นลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่ พร้อมทั้งบันทึกคำวินิจฉัยและบันทึกถ้อยคำของผู้แสดงตนนั้นลงในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
ข้อ 59 ผู้ใดแสดงตนว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งและมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือก ตั้งแต่ปรากฏว่าในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งระบุคำนำหน้าชื่อหรือรายการแสดงเพศผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือการสะกดชื่อตัว ชื่อสกุล ผิดในเรื่องตัวอักษร สระ หรือวรรณยุกต์ ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาด ว่าสมควรจะมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นไปลงคะแนนหรือไม่ แล้วให้หมายเหตุบันทึกคำวินิจฉัยลงในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
ข้อ 60 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใดได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว ถ้าไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใด ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นทำเครื่องหมายกากบาท (เช่น ?) ใน "ช่องไม่ลงคะแนน" ในบัตรเลือกตั้งแล้วนำบัตรเลือกตั้งไปหย่อนใส่หีบบัตรเลือกตั้ง ด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ข้อ 61 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไว้แล้ว หากเหตุที่แจ้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้หมดไปหรือมีความประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้ง สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งได้ ทั้งนี้ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบันทึกการใช้สิทธิเลือกตั้ง ไว้ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 9)
ข้อ 62 ในระหว่างการเปิดการลงคะแนน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะออกไปจากที่เลือกตั้งได้เพียงคราวละหนึ่งคน หรือกรณีจำเป็นที่ต้องออกจากที่เลือกตั้งมากกว่าคราวละหนึ่งคนให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งอนุญาตเป็นกรณีๆ ไป
ข้อ 63 ในระหว่างการเปิดการลงคะแนน จะให้ผู้ใดเข้าไปในที่เลือกตั้งไม่ได้ เว้นแต่ผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งหรือผู้ที่เข้าไปเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะที่คูหาลงคะแนนนอกจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าไปทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งของตนแล้ว ผู้ใดจะเข้าไปไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีจำเป็น เช่น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนำปากกาไปแทนแท่งเดิมที่ใช้ไม่ได้ และให้หมายเหตุบันทึกเหตุผลความจำเป็นไว้ในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
ให้กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสิทธิเข้าไปในที่เลือกตั้งในเขตรับผิดชอบเพื่อทำการสอดส่องดูแล หรือแนะนำให้การปฏิบัติการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม
ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบันทึกการเข้าไปในที่เลือกตั้งของบุคคลตามวรรคสอง ไว้ในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
top

:: ส่วนที่ 6 การดำเนินงานหลังปิดการลงคะแนน
ข้อ 64 เมื่อถึงเวลา 15.00 นาฬิกาตรง ให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศปิดการแสดงตนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง
กรณีที่มีผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้งต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งภายใน กำหนดเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วยังไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง และยังเหลืออยู่ในที่เลือกตั้งก็ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจ่ายบัตรเลือกตั้ง ให้แก่ผู้มาแสดงตนนั้นทำการลงคะแนนเลือกตั้งจนเสร็จสิ้น และบันทึกในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 12)
การแสดงตนตามวรรคสอง ให้ใช้บัตรประจำตัวหรือหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งตาม ข้อ 51 แสดงต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ข้อ 65 ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่เหลือมานับให้ทราบจำนวน และเพื่อมิให้สามารถนำบัตรเลือกตั้งที่เหลืออยู่มาใช้ในการลงคะแนนได้ ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทำเครื่องหมายโดยใช้โลหะหรือวัตถุอื่นเจาะทะลุบัตรเลือกตั้งทุกฉบับ พร้อมทั้งปกหน้าและปกหลังแล้วใช้เชือกร้อยรูผูกรวมให้เป็นปึกเดียวกัน และประจำครั่งทับปมเชือกไว้หรือกระทำด้วยวิธีการอื่นใดที่สามารถป้องกันมิให้ใช้บัตรเลือกตั้งที่เหลืออยู่ลงคะแนนได้
ข้อ 66 ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนับจำนวนผู้มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้ง จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดที่ใช้หมายเหตุการลงคะแนน และนับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือแล้วจัดทำประกาศรายการเกี่ยวกับจำนวนบัตรเลือกตั้งทั้งหมด จำนวนผู้มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้งและจำนวนบัตรเลือกตั้งเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนแล้วตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 34 จำนวนสองชุด แล้วให้ปิดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้งหนึ่งชุด
top

:: หมวด 5 การควบคุมการเลือกตั้ง
ข้อ 67 เพื่อให้การควบคุมดูแลและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการควบคุมดูแลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ประกาศ ระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และแต่งตั้งนายอำเภอหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ช่วยเหลือและสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ 68 กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แต่งตั้งบุคคลใดให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้ว ห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวที่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือที่เรียกชื่ออื่นใดที่รับเงินเดือนจากงบประมาณของรัฐ ละทิ้ง ละเลย หรือไม่ยินยอมปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายได้
ข้อ 69 กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่า การดำเนินการหรือสั่งการใดของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลการเลือกตั้ง มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขการดำเนินการ หรือการสั่งการนั้นได้
ข้อ 70 กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งพบหรือเห็นว่า มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ทำการแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้เสียหาย โดยมีอำนาจร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิด
top

:: หมวด 6 ค่าตอบแทนของผู้ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ข้อ 71 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ได้รับค่าตอบแทนตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด ตามอัตราบัญชีค่าตอบแทนซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ท้ายข้อกำหนดนี้ โดยคำนึงถึงอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและความแตกต่างของปริมาณงานในการดำเนินการเลือกตั้ง
top

:: หมวด 7 แบบพิมพ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง
ข้อ 72 แบบพิมพ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีดังนี้
ส.ถ./ผ.ถ. 25 ใบสมัครรับเลือกตั้ง
ส.ถ./ผ.ถ. 26 ใบรับใบสมัครรับเลือกตั้ง
ส.ถ./ผ.ถ. 27 ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับสมัครรับเลือกตั้งและไม่ได้รับสมัครรับเลือกตั้ง
ส.ถ./ผ.ถ. 28 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ส.ถ./ผ.ถ. 29 ประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
ส.ถ./ผ.ถ. 30 ประกาศรายการค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
ส.ถ./ผ.ถ. 31 หนังสือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ส.ถ./ผ.ถ. 32 ประกาศบัญชีรายชื่อผู้เสียสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ส.ถ./ผ.ถ. 33 ประกาศจำนวนบัตรเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน
ส.ถ./ผ.ถ. 34 ประกาศรายการเกี่ยวกับจำนวนบัตรเลือกตั้งเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน


:: ประกาศ ณ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

top


 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update