กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่ 1 2 3 4 5  

:: พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 มาตราที่ 1-5


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2534 เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 19 คนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว อาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ ได้เป็นคนต่างด้าวและนิติบุคคลดังต่อไปนี้
(1) คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมือง
(2) คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(3) นิติบุคคลตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 97 และ มาตรา 98 แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
(4) นิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าว ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(5) คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่า เป็นคนต่างด้าวซึ่งนำเงินตราต่างประเทศ เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อชำระค่าห้องชุด"
มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 19ทวิ มาตรา 19ตรี มาตรา 19จัตวา มาตรา 19เบญจ มาตรา 19ฉ มาตรา 19สัตต มาตรา 19อัฏฐ มาตรา 19นว มาตรา 19ทศ มาตรา 19เอกาทศ มาตรา 19ทวาทศ และ มาตรา 19เตรส แห่ง พระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522
"มาตรา 19ทวิ อาคารชุดแต่ละอาคารชุดจะมีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละสี่สิบของเนื้อที่ ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น ในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตาม มาตรา 6
"มาตรา 19ตรี การโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดให้แก่คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ให้ผู้ขอโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดแจ้งรายชื่อคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 พร้อมทั้งอัตราส่วนเนื้อที่ของห้องชุดที่คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลดังกล่าวถือกรรมสิทธิ์ อยู่แล้วต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และให้คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลผู้ขอรับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดแสดง หลักฐานดังต่อไปนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
(1) สำหรับคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (1) ต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้ได้ รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
(2) สำหรับคนต่างดาวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (2) ต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้ได้ รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(3) สำหรับนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (3) ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียน เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
(4) สำหรับนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (4) ต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้ได้ รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(5) สำหรับคนต่างด้าวและนิติบุคคล ตาม มาตรา 19 (5) ต้องแสดงหลักฐานการนำ เงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อชำระค่าห้องชุดตามที่ตนมีสิทธิที่จะซื้อได้ ตามพระราชบัญญัตินี้
 
"มาตรา 19จัตวา เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารและหลักฐานตาม มาตรา 19ตรี และตรวจสอบเอกสารหลักฐานดังกล่าวแล้วเห็นว่าเป็นเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้องตามบทบัญญัติ มาตรา 19ตรี และอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลตาม มาตรา 19 ทั้งผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้วและผู้ที่ขอรับโอน ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ใน มาตรา 19ทวิ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุดตามหมวด 4 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลผู้ขอรับโอนนั้น
"มาตรา 19เบญจ คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ต้องจำหน่ายห้องชุด ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ได้มาซึ่งห้องชุดโดยได้ รับมรดกในฐานะเป็นทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรม หรือโดยประการอื่น แล้วแต่กรณี เมื่อรวมกับห้องชุดที่มีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถือกรรมสิทธิ์ อยู่แล้วในอาคารชุดนั้น เกินอัตราที่กำหนดตาม มาตรา 19ทวิ
(2) เมื่อคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (1) ถูกเพิกถอนการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรหรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของคนต่างด้าวใช้ไม่ได้
(3) เมื่อคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (1) (2) และ (5) ถูกสั่งเนรเทศ ออกไปนอกราชอาณาจักรและไม่ได้รับการผ่อนผันหรือถูกส่งไปประกอบอาชีพ ณ ที่ใด แทน การเนรเทศ
(4) เมื่อคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (2) ไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุนให้อยู่ในราชอาณาจักร
(5) เมื่อนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (4) ถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริมการลงทุน
คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งต้องจำหน่ายห้องชุด ตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในกำหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุต้องจำหน่ายตามวรรคหนึ่ง
ทั้งนี้ สำหรับกรณี (1) ให้จำหน่ายเฉพาะห้องชุดที่เกินอัตราที่กำหนด สำหรับกรณี (2) (3) (4) และ (5) ให้จำหน่ายห้องชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยู่ทั้งหมด
การจำหน่ายห้องชุดตามวรรคสาม ให้จำหน่ายภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้ มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด หรือวันที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ใช้ไม่ได้ หรือวันที่ถูกสั่งเนรเทศ หรือวันที่ถูกคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หรือวันที่ถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริมการลงทุน แล้วแต่ กรณี ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายห้องชุดนั้น และให้นำบทบัญญัติเรื่องการบังคับจำหน่ายที่ดินตามความในหมวด 3 แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎกระทรวงที่ออกตามบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่การจำหน่ายห้องชุดังกล่าวด้วย โดยอนุโลม
"มาตรา 19ฉ เมื่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้คนต่างด้าวมีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักร หรือเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแก่เจ้าพนักงานว่าใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของคนต่างด้าว ใช้ไม่ได้สำหรับคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (1) หรือเมื่อพนักงานผู้มีอำนาจมี คำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (1) (2) หรือ (5) ออกไปนอก ราชอาณาจักรหรือมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้คนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (2) อยู่ ในราชอาณาจักร หรือมีคำสั่งเพิกถอนบัตรส่งเสริมการลงทุน สำหรับนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 (4) แล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานดังกล่าวข้างต้นแจ้ง ให้อธิบดีกรมที่ดินทราบภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งหรือวันที่ทราบข้องเท็จจริงดังกล่าว
"มาตรา 19สัตต คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวนอกจากที่ระบุไว้ ใน มาตรา 19 ได้มาซึ่งห้องชุดโดยได้รับมรดกในฐานะเป็นทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรม หรือโดยประการอื่นแล้วแต่กรณีต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในกำหนด เวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดและต้องจำหน่ายห้องชุดนั้นภายในกำหนด เวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดัง กล่าว ให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
"มาตรา 19อัฏฐ ผู้ใดได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในขณะที่มีสัญชาติไทยถ้าต่อมาผู้นั้นเสีย สัญชาติไทย เพราะการสละสัญชาติไทย การแปลงสัญชาติ หรือถูกถอนสัญชาติไทย ตามกฎหมาย ว่าด้วยสัญชาติ และมิใช่เป็นคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ต้องแจ้งเป็นหนังสือ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการเสียสัญชาติไทยและการที่ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดต่อไปได้ ภายในกำหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย และต้องจำหน่ายห้องชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยู่ ทั้งหมดภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนด เวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
"มาตรา 19นว ผู้ใดได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในขณะที่มีสัญชาติไทยถ้าต่อมาผู้นั้นเสีย สัญชาติไทย เพราะการสละสัญชาติไทยถ้าต่อมาผู้นั้นเสียสัญชาติไทย เพราะการสละสัญชาติ ไทย การแปลงสัญชาติ หรือถูกถอนสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และเป็นคนต่างด้าว ตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถ้าประสงค์จะมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดต่อไป ต้องแจ้งเป็นหนังหนังสือ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการเสียสัญชาติไทยและต้องนำหลักฐานว่าเป็นคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ ใน มาตรา 19 มาแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย แต่ถ้าการมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวนั้นเกินอัตราที่กำหนด ตาม มาตรา 19ทวิ ต้องจำหน่ายห้องชุดที่เกินอัตราที่ กำหนดภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
ถ้าคนต่างด้าวตามวรรคหนึ่งไม่ประสงค์จะมีกรรมสิทธิ์ ในห้องชุดต่อไป ต้องแจ้งเป็นหนังสือ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการเสี่ยสัญชาติไทยภายในกำหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่เสีย สัญชาติไทย และต้องจำหน่ายห้องชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยู่ทั้งหมดภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่เสียสัญชาติไทย ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
"มาตรา 19ทศ นิติบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยและมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดอยู่แล้วถ้าต่อมาสภาพของ นิติบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวและมิใช่เป็นนิติบุคคล ตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ถึงการเปลี่ยนสภาพ และการที่ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดต่อไปได้ภายในกำหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยน สภาพ และต้องจำหน่ายห้องชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยู่ทั้งหมดภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่เปลี่ยนสภาพ ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
"มาตรา 19เอกาทศ นิติบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยและมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดอยู่แล้วถ้าต่อมาสภาพ ของนิติบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวและอาจถือกรรมสิทธิ์ ในห้องชุดได้เพราะเป็นนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถ้าประสงค์จะมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ต่อไป ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการเปลี่ยนสภาพ และต้องนำหลักฐาน ว่าเป็นนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 มาแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่เปลี่ยนสภาพแต่ถ้าการมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของนิติบุคคลนั้นเกินอัตราที่กำหนดตาม มาตรา 19ทวิ ต้องขจำหน่ายห้องชุดที่เกินอัตราที่กำหนดภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่เปลี่ยนสภาพถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้านิติบุคคลตามวรรคหนึ่งไม่ประสงค์จะมีกรรมสิทธิ์ ในห้องชุดต่อไป ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการเปลี่ยนสภาพภายในกำหนดเวลาหกสิบวันนับ แต่วันเปลี่ยนสภาพและ ต้องจำหน่ายห้องชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยู่ทั้งหมดภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่เปลี่ยนสภาพ ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
"มาตรา 19ทวาทศ คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวซึ่งมีหน้าที่ ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการต้องจำหน่ายห้องชุดตาม มาตรา 19เบญจ หรือการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดตาม มาตรา 19สัตต หรือการเสียสัญชาติไทยตาม มาตรา 19อัฏฐ และ มาตรา 19นว หรือการเปลี่ยนสภาพของนิติบุคคล ตาม มาตรา 19ทศ และ มาตรา 19เอกาทศ แล้วแต่กรณี ถ้าไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในเวลาที่กำหนดมี ความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินวันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
"มาตรา 19เตรส บุคคลใดถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าว หรือแทนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวไม่ว่าคนต่างด้าวหรือนิติบุคคบดังกล่าวจะ มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ก็ตามมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เมื่อกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลใดได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดอันเป็นการฝ่าฝืน บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนและ เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาได้ตาม ความจำเป็น
บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามความในวรรคสอง มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของ มาตรา 55 แห่ง พระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522
"คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ที่มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินอัน สืบเนื่องมาจากการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามวรรคหนึ่งต้องจำหน่ายที่ดินนั้นเฉพาะส่วนของ ตนภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่จดทะเบียนเลิกอาคารชุด ถ้าไม่จำหน่ายภายใน กำหนดเวลาดังกล่าวให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม"


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่เป็นการสมควรให้คนต่างด้าว หรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินเสมือนคนต่างด้าวบางประเภท อาจได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนอันจะก่อให้เกิดความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
(ร.จ. เล่ม 108 ตอนที่ 171 หน้า 1 วันที่ 30 กันยายน 2534)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update