กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 11ทวิ 12 13 14 15 16  
   
:: พ.ร.บ. เครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 มาตราที่ 1-16

:: พระราชบัญญัติ เครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2534 เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมาย ครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2534/199/1พ/15 พฤศจิกายน 2534]
มาตรา 3 บรรดากฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ประกาศ และระเบียบ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่ง พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"เครื่องหมายครุฑพ่าห์" หมายความว่า เครื่องหมายรูปครุฑ พระครุฑพาห หรือพระครุฑพ่าห์ ไม่ว่าในอิริยาบถใด และไม่ว่ามีข้อความ ภาพหรือเครื่องหมายอื่นประกอบด้วยหรือไม่
"ห้างร้านบริษัท" หมายความว่า กิจการที่ตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจ โดยใช้ชื่อทางธุรกิจว่า "ห้าง" " ร้าน" "บริษัท" หรือชื่ออื่นในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม
"ตราตั้ง" หมายความว่า หนังสือรับรองการพระราชทานพระบรมราชานุญาต ที่ออกให้แก่บุคคลหรือห้างร้านบริษัท เพื่อแสดงว่าบุคคลหรือห้างร้าน บริษัทตามที่ระบุชื่อเป็นผู้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมาย ครุฑพ่าห์ในกิจการที่ระบุได้
"เครื่องหมายตราตั้ง" หมายความว่า เครื่องหมายครุฑพ่าห์ที่มีข้อความ ประกอบเบื้องล่างว่า "โดยได้รับพระบรมราชานุญาต" หรือข้อความเป็นอักษร ต่างประเทศตามที่สำนักพระราชวังกำหนด ที่บุคคลหรือห้างร้านบริษัทมีสิทธิที่จะใช้ เมื่อได้รับตราตั้งแล้ว
[ มาตรา 4 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 5 การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในราชการให้เป็นไป ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 6 การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในราชการในพระองค์ พระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา 7 การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในกรณีอื่นใดนอกจาก ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 5 หรือ มาตรา 6 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พระราชกฤษฎีกา
มาตรา 8 การขอพระราชทานตราตั้ง คุณสมบัติอื่นของผู้ขอ พระราชทานตราตั้งและการทำหรือใช้เครื่องหมายตราตั้งให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 9 บุคคลหรือห้างร้านบริษัท ที่ขอพระราชทานตราตั้ง ต้องมี คุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) มีฐานะการเงินดี และไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(2) ประกอบกิจการโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(3) คุณสมบัติอื่นใดที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตาม มาตรา 8
[ มาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 10 คำขอพระราชทานตราตั้งให้ยื่นต่อสำนักพระราชวัง เมื่อสำนักพระราชวังได้ตรวจสอบและพิจารณาเห็นว่าบุคคลหรือห้างร้านบริษัทใด ที่ขอพระราชทานตราตั้งมีคุณสมบัติตาม มาตรา 9 และสมควรได้รับพระราชทาน ตราตั้ง ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้ รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชา สำนักพระราชวังออกตราตั้งให้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
[ มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 11 ตราตั้งเป็นของพระราชทานเฉพาะบุคคล สิทธิรับ พระราชทานตราตั้งและใช้เครื่องหมายตราตั้งย่อมสิ้นสุดลง เมื่อปรากฏว่า
(1) สำนักพระราชวังเรียกคืน เพราะบุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่ได้ รับพระราชทานตราตั้ง
(ก) ตาย
(ข) เลิกประกอบกิจการประเภทที่ได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ใช้ตราตั้งนั้น
(ค) โอนกิจการดังกล่าวให้ผู้อื่นดำเนินการ หรือ
(2) สำนักพระราชวังเห็นสมควรเพิกถอน ตาม มาตรา 11ทวิ วรรคสอง
[ มาตรา 11 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 11ทวิ เมื่อปรากฏกรณีตาม มาตรา 11(1) ให้สำนักพระราชวัง เรียกให้บุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่ได้รับพระราชทาน ทายาท หรือผู้รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี ส่งคืนตราตั้งที่นายกรัฐมนตรีออกให้ตาม มาตรา 10 ภายในเวลาที่กำหนด
เมื่อสำนักพระราชวังได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ ตราตั้งคืนภายในเวลาที่กำหนด หรือเมื่อได้ตรวจสอบและพิจารณาเห็นว่า บุคคล หรือห้างร้านบริษัทที่ได้รับพระราชทานตราตั้งขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 9 หรือ คุณสมบัติอันเป็นเหตุให้การได้รับพระราชทานตราตั้งเปลี่ยนแปลงไปในสาระ สำคัญ หรือมีเหตุอื่นอันสมควรเพิกถอนตราตั้ง ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอ พระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้นายก รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนตราตั้งที่ได้ออกให้ตาม มาตรา 10
เมื่อสำนักพระราชวังได้รับตราตั้งคืนตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อนายกรัฐมนตรีสั่งเพิกถอนตราตั้งตามวรรคสองแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
[ มาตรา 11ทวิ เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 12 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตาม มาตรา 7 หรือพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการทำหรือใช้เครื่องหมายตราตั้งที่ออก ตาม มาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ มาตรา 12 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 13 ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ ตราตั้ง หรือเครื่องหมายตราตั้ง หรือมีสิทธิแต่สิทธิเช่นว่านั้นสิ้นสุดลงแล้วตาม มาตรา 11 กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิหรือยังคงมีสิทธิต่อไป หรือ ไม่ยอมส่งคืนตราตั้งเมื่อถูกเรียกให้ส่งคืนตาม มาตรา 11ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ มาตรา 13 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 14 ในระหว่างที่ยังมิได้ออกระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ตาม มาตรา 5 หรือมีพระราชกฤษฎีกาตาม มาตรา 7 หรือ มาตรา 8 การทำ หรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์หรือเครื่องหมายตราตั้งให้คงเป็นไปตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ประกาศ และระเบียบว่าด้วยการนั้นต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 15 ผู้ใดได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ เครื่องหมายครุฑพ่าห์หรือมีสิทธิใช้เครื่องหมายตราตั้งอยู่แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นยังคงมีสิทธิใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์หรือ เครื่องหมายตราตั้งนั้นได้ต่อไป เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดได้ใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์อยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐวิสาหกิจนั้นแจ้งเป็นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ดำเนินการ เลิกใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์นั้นให้เสร็จสิ้นภายในสองปีนับตั้งแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 16 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการ ใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ซึ่งเป็นดวงตราแผ่นดินชนิดหนึ่งเป็นเครื่องหมายแสดง ถึงการงานในราชการ และเป็นเครื่องหมายตราตั้งแสดงถึงห้างร้านหรือบริษัท ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนแพร่หลายเป็นที่ทราบกันทั่วไป สมควรกำหนด ให้การใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์เป็นไปโดยมีระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
*หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการ สมควรให้ผู้ประกอบกิจการที่มิได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคล สามารถขอพระราชทาน ตราตั้งและได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมายตราตั้งในกิจการของตนได้ และสมควรให้ตราตั้งเป็นของพระราชทานเฉพาะบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับ ระเบียบปฏิบัติที่เคยมีมาแต่เดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
[รก.2535/10/-/14 กุมภาพันธ์ 2535]


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update