กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85  

:: พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 มาตราที่ 1-85


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 เป็นปีที่ 33 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น ไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497
(2) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2500
(3) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502
(4) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508
(5) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2509
(6) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2510
(7) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2512
(8) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 359 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515
(9) พระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 299 ลงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2515
(10) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517
(11) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2519
(12) พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2520
บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"ข้าราชการฝ่ายตุลาการ" หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรับราชการโดยได้รับเงินเดือน จากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกระทรวงยุติธรรม
"ก.ต." หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการ
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 ข้าราชการฝ่ายตุลาการได้แก่
(1) ข้าราชการตุลาการ คือ ข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี รวมตลอดถึงผู้ช่วยผู้พิพากษาและข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตาม มาตรา 14 วรรคสอง
(2) ดะโต๊ะยุติธรรม คือ ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม
(3) ข้าราชการธุรการ คือ ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการ
มาตรา 6 อัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยให้แบ่งเป็น 9 ชั้น แต่ละชั้นมีจำนวนชั้น ดังนี้
ชั้น 1 มี 4 ขั้น
ชั้น 2 มี 12 ขั้น
ชั้น 3 มี 8 ขั้น
ชั้น 4 มี 8 ขั้น
ชั้น 5 มี 8 ขั้น
ชั้น 6 มี 8 ขั้น
ชั้น 7 มี 7 ขั้น
ชั้น 8 มี 5 ขั้น
ชั้น 9 มี 1 ขั้น
อัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมให้เป็นไป ตามบัญชีหมายเลข 2 ท้ายพระราชบัญญัตินี้โดยให้แบ่ง เป็น 8 ขั้น
อัตราเงินเดือนข้าราชการธุรการให้เป็นไป ตามบัญชีซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ เว้นแต่ข้าราชการธุรการซึ่งโอนมาจาก ข้าราชการตุลาการตาม มาตรา 23 ให้คงได้รับเงินเดือนตามอัตรา ตามตำแหน่งที่ได้รับอยู่ก่อนโอน แต่ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้จนถึงชั้น 7 สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวง ถึงชั้น 6 สำหรับตำแหน่งรอง ปลัดกระทรวง อธิบดี หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า และถึงชั้น 5 สำหรับตำแหน่งรองอธิบดี หรือตำแหน่ง ที่เทียบเท่า ทั้งนี้ ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้
ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ขั้นเงินเดือนของข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม ตามอัตรา ก. และเมื่อปรากฏว่าเงินเดือนหรือค้าจ้างทั่วไปในประเทศเพิ่มขึ้นหรือค่าครองชีพสูง ขึ้น หรืออัตราเงินเดือนที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม ก็ให้มีการปรับขั้นเงินเดือนเป็นอัตรา ข. อัตรา ค. อัตรา ง. อัตรา จ. หรืออัตรา ฉ. ตามความเหมาะสมโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา การปรับขั้นเงินเดือนดังกล่าวให้มีผลเป็นการปรับขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม ที่ได้รับอยู่ตามไปด้วย
มาตรา 7 เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการฝ่ายตุลาการ คณะรัฐมนตรีจะวาง ระเบียบและวิธีการให้กระทรวงการคลังหักเงินเดือนของข้าราชการฝ่ายตุลาการไว้เป็นเงินสะสมก็ได้ โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินสะสมนั้นให้ในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภท ประจำของธนาคารพาณิชย์
เงินสะสมและดอกเบี้ยนี้ให้จ่ายคืน หรือให้กู้ยืมเพื่อดำเนินการตามโครงการสวัสดิการสำหรับ ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
มาตรา 8 ข้าราชการฝ่ายตุลาการอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ในกรณีมีเหตุที่จะต้องจัดให้มี หรือปรับปรุงเงินเพิ่มค่าครองชีพตามวรรคหนึ่ง หรือปรับขั้นเงิน เดือนตาม มาตรา 6 วรรคสี่ ให้รัฐมนตรีรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
มาตรา 9 ภายใต้บังคับ มาตรา 17 มาตรา 25 มาตรา 29 หรือ มาตรา 44 การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชขการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลอง ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญมาบรรจุเป็น ข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรม อาจทำให้ถ้าเจ้าตัวสมัครใจโดยกระทรวงยุติธรรมทำ ความตกลงกับเจ้าสังกัด
เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ที่โอนมา ตามวรรคหนึ่ง ในขณะที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนั้นเป็นเวลาราชการของข้าราชการ ตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าการโอนนั้นจะได้กระทำก่อน หรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 10 บำเหน็จบำนาญของข้าราชการฝ่ายตุลาการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดถึงแก่ความตามเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะรัฐมนตรี จะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญก็ได้
มาตรา 11 เครื่องแบบของข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมและระเบียบการแต่ง ให้ เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 12 วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดประจำปี และการลาหยุด ราชการของข้าราชการฝ่ายตุลาการ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 13 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี อำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการ และออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
มาตรา 14 ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้ พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีศาล คดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รองอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาศาลจังหวัด ผู้พิพากษา และผู้ช่วยผู้พิพากษา
นอกจากตำแหน่ง ตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตาม ที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่งในกำหนดไว้ใน กฎกระทรวงนั้นด้วย กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา 15 ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งดังต่อไปนี้
(1) ประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือนชั้น 9
(2) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และรองประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือนชั้น 8
(3) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 7
(4) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รองอธิบดีศาล คดีเด็กและเยาวชนกลาง และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 6
(5) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 5-6
(6) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 3-4
(7) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 2-3
(8) ผู้ช่วยพิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 1
สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับตำแหน่งใดก็ให้ ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น
ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการ ได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้นให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ไดรับเงิน เดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
มาตรา 16 ให้ประธานศาลฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละสองหมื่นบาทและ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท
มาตรา 17 การบรรจุข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษา ให้ รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้
แต่ถ้าผู้ใด
(1) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตร ทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยหลักสูตรเดียว ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนัก อบรมศึกษากฎหมายของเนติบัณฑิตยสภา
(2) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมาย จากต่างประเทศโดยมีหลักสูตรเดียว ไม่น้อยกว่าสอบปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญา ตรีและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 27 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(3) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้นเกียรตินิยมตามหลักสูตร ของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 27 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ
(4) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทย และสอบไล่ได้ตาม หลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุ ไว้ใน มาตรา 27 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
เมื่อ ก.ต. พิจารณา เห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตาม มาตรา 27 (2) ถึง (12) และได้ทำ การทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้วเห็นสมควรที่จะให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ ตามที่ ก.ต. กำหนด
มาตรา 18 ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาจะต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ ช่วยผู้พิพากษาและได้รับการอบรมจากกระทรวงยุติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ผลของการ อบรมเป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นผู้พิพากษา
ผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็น ผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วเป็นเวลาสองปีและผลของการอบรมยังไม่เป็น ที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ
ในปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เหมาะสม ที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ
มาตรา 19 การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้ พิพากษา ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต. โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติ การปฏิบัติราชการของบุคคลนั้น เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง
ก่อนเข้ารับหน้าที่ผู้พิพากษาครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วย ถ้อยคำที่ ก.ต. กำหนด
มาตรา 20 การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือนข้าราชการตคุลาการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรีเป็น ผู้สั่งเลื่อนเมื่อ ก.ต. เห็นชอบ สำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยปกติให้เลื่อนปีละหนึ่งขั้นโดยคำนึง ถึงความอุตสาหะและความสามารถในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามระเบียบวินัย ตลอดจนคุณภาพ และปริมาณของผลงานที่ได้ปฏิบัติมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา 21 การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวมีกำหนดไม่เกินหกเดือน ใน ตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่ ให้รัฐมนตรีสั่งได้และแจ้งให้ ก.ต. ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจสั่งให้ช่วยราชการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
มาตรา 22 เพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการตุลาการที่ได้รับแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งใหม่คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปจนกว่าจะเข้ารับหน้าที่ในตำแหน่งใหม่
มาตรา 23 การโอนข้าราชการตุลาการไปเป็นข้าราชการธุรการข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นยินยอม และ ก.ต. เห็นชอบ
การให้ข้าราชการตุลาการไปทำงาน ในตำแหน่งข้าราชการธุรการหรือตำแหน่งการเมืองใน กระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตีสั่งได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ ในระหว่างปฏิบัติงานเช่นว่านี้ข้าราชการ ตุลาการผู้นั้นจะทำการพิจารณาพิพากษาคดีมิได้
 
มาตรา 24 การโอนข้าราชการธรุการมาเป็นข้าราชตุลาการโดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าใน ขณะที่โอนมาอาจทำได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ แต่ข้าราชการธุรการนั้นต้องเคยดำรงตำแหน่งข้า ราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้ว
มาตรา 25 ข้าราชการตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปโดยมิได้มีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการหรือไปรับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น เมื่อจะกลับเข้า รับตำแหน่งข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ถ้าผู้นั้นมีคุณสมบัติตามความใน มาตรา 27 (2) ถึง (12) ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ
มาตรา 26 ข้าราชการตุลาการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับเข้ารับตำแหน่ง ข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหารนั้น ให้ยื่นคำขอ ภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหารในกรณีเช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุ ได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ
มาตรา 27 ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้พิพากษา ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) (ก) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต หรือสอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตร ทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
(ข) สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตสภา และ
(ค) ได้ประกอบชีพทางกฎหมายเป็น จ่าศาล รองจ่าศาล เจ้าหนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี พนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานคดีในกระทรวงยุติธรรม พนักงานอัยการ นายทหารเหล่าพระธรรมนูญ ทนายความ หรือประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นตามที่ ก.ต. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี ทั้งนี้ให้ ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับ การประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ด้วย
(2) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(3) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี
(4) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(5) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(6) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(7) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(8) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการหรือตามกฎหมายอื่น
(9) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
(10) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(11) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง และ
(12) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.ต. จะได้กำหนด ได้ตรวจ ร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.ต. ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับสมัครได้
ให้ ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือกก่อนที่จะรับสมัคร ได้
มาตรา 28 ให้ ก.ต. มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตลอดจนวางเงื่อนไข ในการรับสมัคร
เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ ก.ต. เพื่อจัดให้มี การสอบคัดเลือก เมื่อได้มีการสอบใหม่และได้ประกาศผลของการสอบแล้ว ให้บัญชีสอบคัดเลือก คราวก่อนเป็นอันยกเลิก
มาตรา 29 ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูง ให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่ง ตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากันให้จับสลากเพื่อจัดลำดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น
ผู้สอบคัดเลือกได้คนใด หากขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดตาม มาตรา 27 หรือเป็นบุคคลที่ ก.ต. เห็นว่า มีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการตุลาการ เป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามผลของการสอบคัดเลือกนั้น
มาตรา 30 ข้าราชการตุลาการพันจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ได้รับอนุญาตให้ลาออก
(3) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
(4) โอนไปรับราชการทางอื่น
(5) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร
(6) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตาม มาตรา 18 มาตรา 32 หรือ มาตรา 33
(7) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก
การพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ นอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตาม (1) (2) หรือ (3) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (4) (5) (6) หรือ (7) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันโอนหรือวันออกจากราชการแล้วแต่กรณี
มาตรา 31 ข้าราชการตุลาการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออก เมื่อรัฐมนตรีพิจารณาสั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการขอลาออก เพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก
นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการจะยับยั้งการ อนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือน นับแต่วันขอลาออกก็ได้
มาตรา 32 ข้าราชการตุลาการผู้ใดหากปรากฏว่าขาดคุณสมบัติในการสมัครเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการที่ใช้อยู่ในเวลาสมัครตั้งแต่ วันสมัครเข้ารับราชการหรือตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุ ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น และถ้า การเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้วให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
มาตรา 33 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการตุลาการผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ หรือเหตุรับราชการนานตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ทำได้ด้วยความเห็นชอบของ ก.ต.
แต่การให้ออกราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ให้ทำได้เฉพาะในกรณีต่อไปนี้
(1)เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และดำเนิน การสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในลักษณะ 6 หมวด 2 แล้ว ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่ากระทำผิดที่จะ ต้องถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่าผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมองจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ
(2) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นบกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่สมควรที่จะให้คงเป็นข้าราชการตุลาการต่อไป
(3) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นเจ็บป่วย ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้โดยสม่ำเสมอ แต่ไม่ถึง เหตุทุพพล หรือ
(4) เมื่อปรากฏว่าข้าราชการตุลาการนั้นขาดสัญชาติไทย หรือขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 27 (11) หรือไปเป็นข้าราชการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา เว้นแต่กรณีตามความใน มาตรา 23 วรรคสอง
มาตรา 34 ให้มีคณะกรรมการตุลาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ต. ประกอบด้วย
(1) ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกาซึ่งมีอาวุโสสูงสุด และ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่ง และ
(2) กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิแปดคน ซึ่งข้าราชการตุลาการ ซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป เป็น ผู้เลือกจาก
(ก) ข้าราชการตุลาการตาม มาตรา 15 (2) และ (3) และมิได้เป็นกรรมการตุลาการ โดยตำแหน่งอยู่แล้วสี่คน
(ข) ผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการมาแล้ว และต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือ ทนายความ อีกสี่คน
ให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต. และเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการเป็นเลขานุการ ก.ต.
มาตรา 35 ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งให้มีการเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ วิธีการเลือกให้ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 36 กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้
ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงกำหนดวาระ ให้รัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อม เว้นแต่วาระ การอยู่ในตำแหน่งของกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน รัฐมนตรีจะไม่สั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้
กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกซ่อมอยู่ ในตำแหน่งได้เพียงวาระของผู้ที่ตนแทน
มาตรา 37 ในกรณีที่ตำแหน่ง กรรมการตุลาการว่างลง และมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ โดยรีบด่วน ก็ให้กรรมการตุลาการที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้องมีกรรมการตุลาการพอที่จะเป็น องค์ประชุม
มาตรา 38 กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ครบกำหนดวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4) เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ในกรณีที่เป็น กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา 34 (2) (ก)
(5) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการ ผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา 34 (2) (ข)
(6) ไปเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ใน พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้น จากตำแหน่งกรรมการตุลาการหรือ ไม่ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ ก.ต. เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
มาตรา 39 การประชุมของ ก.ต. ต้องมีกรรมการตุลาการมาประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดคนจึงเป็น องค์ประชุม
ถ้าประธาน ก.ต. ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการตุลาการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
หากกรรมการตุลาการโดยตำแหน่งว่างลง หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้รักษาราชการแทน หรือผู้ทำการแทนชั่วคราวตามกฎหมาย ทำหน้าที่กรรมการตุลาการแทนในระหว่างนั้น แต่ผู้ทำการ แทนประธานศาลฎีกาชั่วคราวจะทำหน้าที่ประธาน ก.ต. ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับเลือกตามวรรคสอง
ในการประชุมของ ก.ต. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการตุลาการผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียง เพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ก.ต. มีอำนาจออกข้อบังคับ ว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติได้
มาตรา 40 ในกรณีที่ ก.ต. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ปลัดกระทรวงยุติ ธรรมเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ต. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการตุลาการคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ
มาตรา 41 ก.ต. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนเพื่อเสนอ ก.ต.
มาตรา 42 ในกรณีที่รัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับมติของ ก.ต. ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเห็นว่ามตินั้นควรประกอบด้วยเงื่อนไขอย่างใด รัฐมนตรีจะขอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ก็ได้ ใน กรณีเช่นว่านี้ เมื่อ ก.ต. มีมติยืนยันตามมติเดิม หรือจะแก้ไขเพิ่มเติมประการใด ก็ให้ดำเนินการ ไปตามมติของ ก.ต. นั้น
การปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะต้องเสนอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่หรือดำเนินการ ตามมติของ ก.ต. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ก.ต. แจ้งมติไปถึงรัฐมนตรี
มาตรา 43 ในกรณีที่ ก.ต. ไม่ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งบุคคล ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่รัฐมนตรีเสนอตาม มาตรา 19 ให้ ก.ต. เสนอไปยังรัฐมนตรีพร้อมด้วยเหตุผลว่า ก.ต. เห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลใด ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐมนตรีจะดำเนินการนำความกราบบังคับทูลเพื่อ ทรงแต่งตั้งบุคคลที่ ก.ต. เสนอนั้นก็ได้ หรือจะขอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ก็ได้ ในการพิจารณา ใหม่ของ ก.ต. เสนอ ก็ให้รัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่ ก.ต. มีมตินั้น
การปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะต้องเสนอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ หรือดำเนินการ ตามมติของ ก.ต. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ก.ต. แจ้งมติไปถึงรัฐมนตรี
มาตรา 44 การบรรจุและแต่งตั้งดะโต๊ะยุติธรรมให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเมื่อ ก.ต. เห็นชอบ โดยคัดเลือกจากอิสลามศาสนิกผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) มีคุณสมบัติตาม มาตรา 27 (2) (4) (6) (7) (8) (9) (10) และ (11)
(2) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี
(3) มีภูมิรู้ในศาสนาอิสลาม พอที่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเกี่ยวด้วยครอบครัวและ มรดก และ
(4) มีความรู้ภาษาไทยเทียมได้ไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา
หลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุและแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง กฎกระทรวง เช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา 45 การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการออกจากราชการของดะโต๊ะยุติธรรมให้รัฐมนตรี เป็นผู้สั่ง เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
การโอนดะโต๊ะยุติธรรมไปเป็นข้าราชการธุรการ ข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อดะโต๊ะยุติธรรมผู้นั้นยินยอมและ ก.ต. เห็นชอบ
มาตรา 46 ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ 6 ว่าด้วยวินัย การรักษาวินัย และการลงโทษ มาใช้บัง คับแก่ดะโต๊ะยุติธรรม
ในกรณีที่ดะโต๊ะยุติธรรมถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีโทษถึงไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก รัฐมนตรีหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อ ทำการสอบสวนหรือสั่งพักราชการ แล้วแต่กรณี
มาตรา 47 ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการธุรการ ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพล เรือนในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับ
ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตำแหน่งใด เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาข้าราชการตุลาการ โดย เทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใด ให้กำหนดโดยกฎ ก.พ.
ให้แต่งตั้งปลัดกระทรวงยุติธรรมจากข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการ
มาตรา 48 ให้มี อ.ก.พ. กระทรวงประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติ ธรรม รองประปลัดยุติธรรม อธิบดีและหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนศาลฎีกา ผู้แทนศาลอุทธรณ์ และผู้แทนศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครทุกศาล นอกจากศาลจัง หวัดและศาลแขวง เป็นอนุกรรมการ
ให้ อ.ก.พ. กระทรวงตั้งข้าราชการธุรการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
ให้ อ.ก.พ. กระทรวงทำหน้าที่ อ.ก.พ. กรมสำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงด้วย
มาตรา 49 ข้าราชการตุลาการต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด และใน เวลาพิจารณาพิพากษาคดีต้องอยู่ในมารยาทอันดีงาม ผู้ใดฝ่าฝืนจักต้องโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 3 แห่งลักษณะนี้
มาตรา 50 ข้าราชการตุลาการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐ ธรรมนูญด้วยความความบริสุทธิ์ใจ
มาตรา 51 ข้าราชการตุลาการจะเป็นกรรมการพรรคการเมืองสมาชิกพรรคการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองไม่ได้
ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา หรือผู้แทนทางการเมืองอื่นใดข้าราชการตุลาการจะเป็นตัวกระทำ การร่วมกระทำการ หรือสนับสนุนในการโฆษณาหรือชักชวนใด ๆ ไม่ได้
มาตรา 52 ข้าราชการตุลาการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการ โดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้ขัดขืนหลีกเลี่ยง ถ้าไม่เห็นพ้องด้วยคำสั่งนั้นจะเสนอความเห็นทัดทานเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องเสนอโดยด่วน และเมื่อได้ทัดท่านดังกล่าวแล้ว ผู้บังคับบัญชามิได้สั่ง ถอนหรือแก้คำสั่งไป ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม แต่ให้ผู้บังคับบัญชารีบรายงานขึ้นไปยังปลัด กระทรวงยุติธรรมตามลำดับ
ในการปฏิบัติราชการ ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
มาตรา 53 ข้าราชการตุลาการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวังมิให้เสียหายแก่ ราชการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเที่ยงธรรม
ข้าราชการตุลาการพ้องไม่รายงานเท็จ ต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความที่ควร ต้องบอก ถือว่าเป็นรายงานเท็จด้วย
มาตรา 54 ข้าราชการตุลาการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการจะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ ราชการมิได้
ข้าราชการตุลาการต้องไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือกระทำกิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสียถึงเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ข้าราชการตุลาการต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือที่ปรึกษากฎหมายหรือดำรงตำแหน่งอื่น ใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนบริษัท
ข้าราชการตุลาการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจาก ก.ต.
มาตรา 55 ข้าราชการตุลาการต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
ห้ามมิให้ประพฤติตนเป็นคนเสเพล มีหนี้สินรุงรัง เสพของมึนเมาจนไม่สามารถครองสติได้ เล่นการพนันเป็นอาจิณ กระทำความผิดอาญาหรือกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำ ดังกล่าวแล้วอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ
มาตรา 56 ข้าราชการตุลาการต้องสุภาพเรียบร้อยและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่ราชการ
ห้ามมิให้ดูหมิ่นเหยียบหยามบุคคลใด ๆ
มาตรา 57 ข้าราชการตุลาการต้องเตือน และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
มาตรา 58 ข้าราชการตุลาการต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้แตกความสามัคคีระหว่าง ข้าราชการ
มาตรา 59 ข้าราชการตุลาการต้องอุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ราชการ
มาตรา 60 ข้าราชการตุลาการต้องรักษาความลับของทางราชการ
มาตรา 61 ผู้บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดรู้ว่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัยแล้ว ไม่จัดการสอบสวนพิจารณาและดำเนินการตามความในหมวด 2 และ 3 แห่งลักษณะนี้ หรือตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน แล้วแต่กรณี หรือไม่จัดการลงโทษตามอำนาจและหน้าที่ หรือจัดการลงโทษโดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้นกระทำผิดวินัย
มาตรา 62 เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการสอบสวนชั้นต้นโดยมิชักช้า
วิธีสอบสวนชั้นต้นจะทำโดยให้ผู้มีกรณีเกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องราว เป็นหนังสือ หรือโดยบันทึก เรื่องราวและความเห็นก็ได้
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สอบสวนชั้นต้นแล้ว ให้รายงานความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไป ตามลำดับ เพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี
มาตรา 63 ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีโทษถึงไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นอย่างน้อยสามคนเพื่อทำการสอบสวน
กรรมการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้าราชการตุลาการ
ในกรณีข้าราชการตุลาการถูกฟ้องคดีอาญา จะใช้คำพิพากษาถึงที่สุดของศาลประกอบการ พิจารณาตาม มาตรา 64 วรรคสาม โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้
มาตรา 64 ในการสอบสวนนั้นคณะกรรมการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยาน หลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย
ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนให้เสร็จ โดยเร็วกำหนดอย่างช้าไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันได้รับแต่งตั้ง ถ้ามีความจำเป็นที่จะสอบสวนไม่ทันภายในกำหนดนั้น ก็ให้ขยายเวลาออกไป ได้อีกไม่เกินสองครั้ง แต่ละครั้งเป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน และต้องแสดงเหตุที่ต้องขยายเวลาไว้ ด้วยทุกครั้ง แต่ถ้าขยายเวลาแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จจะขยายเวลาต่อไปอีกได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติ จากรัฐมนตรี
เมื่อคณะกรรมการสอบสวน ได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้รายงานเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี โดยให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหา ตามลำดับและปลัดกระทรวงยุติธรรมได้แสดงความเห็นเสีย ก่อน ถ้าคณะกรรมการ ผู้บังคับบัญชา ปลัดกระทรวงยุติธรรมรายงานไปยัง ก.ต. เมื่อ ก.ต. ได้ พิจารณาเห็นสมควรไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ จึงให้รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้ รับมอบหมายจากรัฐมนตรีสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการต่อไป
มาตรา 65 ให้กรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตาม ประมวลกฎหมายอาญา และให้มีอำนาจ และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพียงเท่า ที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการสอบสวน และโดยเฉพาะให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(1) เรียกให้กระทรวงทบวงกรม หน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจชี้แจงข้อเท็จจริงส่งเอกสาร และหลักฐาน ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมาชี้แจง หรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน
(2) เรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับ เรื่องที่สอบสวน
มาตรา 66 ข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเป็นกรณีความผิดที่ ปรากฏชัดแจ้ง ดังระบุไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต. กำหนด หรือได้ให้ถ้อยคำรับสารภาพเป็น หนังสือต่อผู้บังคับบัญชาหรือต่อคณะกรรมการสอบสวน รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีจะพิจารณาสั่งลงโทษโดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา 67 เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้ง กรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญาเว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ถ้าปลัดกระทรวงยุติธรรมเห็นว่าจะให้อยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาจะ เป็นการเสียหายแก่ราชการ รัฐมนตรีจะสั่งให้พักราชการก็ได้
การให้พักราชการนั้น ให้พักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา หรือตลอดเวลาที่คดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้วหรือคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้พักมิได้กระทำความผิดและ ไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ก็ให้ผู้นั้นคงอยู่ในราชการตามเดิม
เงินเดือนของผู้ที่ถูกสั่งให้พักราชการดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
มาตรา 68 ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือต้องหาว่า กระทำผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความคิดผิด ลหุโทษ แม้ภายหลังผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว ก็อาจมีการสอบสวนหรือ พิจารณา เพื่อลงโทษหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้เป็นไปตามลักษณะนี้ได้ เว้นแต่ข้าราชการตุลาการผู้นั้น จะพ้นจากตำแหน่งเพราะตาย
มาตรา 69 โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ
(1) ไล่ออก
(2) ปลดออก
(3) ให้ออก
(4) งดบำเหน็จความชอบ
(5) ภาคทัณฑ์
การสั่งลงโทษข้าราชการตุลาการในสถานไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกนั้น จะกระทำได้เมื่อ ได้ดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้แล้ว
มาตรา 70 การไล่ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลง โทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ดังต่อไปนี้
(1) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
(2) ทำความผิดอาญาและต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ จำคุกเว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมายว่าด้วย การล้มละลาย
(3) ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และการขัดคำสั่งนั้นอาจเป็นเหตุให้เสีย หายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
(4) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ หรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือ
(5) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
มาตรา 71 การปลดออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลง โทษได้ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องถูกไล่ออก จากราชการหรือถึงขนาดที่จะต้องไล่ออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน
มาตรา 72 การให้ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้อง ถูกปลดออก ขนาดที่จะต้องปลดออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน
ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกสั่งให้ออก ตามมาตรานี้ให้มีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนว่าผู้นั้น ลาออกจากราชการ
มาตรา 73 ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงถึงนาดที่จะต้องไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษงด บำเหน็จความชอบเป็นเวลาไม่เกินสามปี หรือถ้ามีเหตุสมควรปราณี จะลงโทษเพียงภาคทัณฑ์และจะ ให้ทำทัณฑ์บนไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ต้องไดรับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา 74 ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่า ผู้รับโทษนั้นกระทำผิดเรื่องใด ฐานใดในมาตราใด
มาตรา 75 ถ้าปรากฏว่าคำสั่งลงโทษทางวินัยได้สั่งไปโดยผิดหลงให้รัฐมนตรีมีอำนาจแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกลงโทษได้ แต่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นว่านี้จะต้องได้รับความเห็น ชอบของ ก.ต. ก่อน
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้ภายในกำหนดสอบปีนับแต่วันสั่ง โทษ
มาตรา 76 ผู้ใดเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไปจนกว่าจะพ้น จากตำแหน่งตาม มาตรา 32 แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497
มาตรา 77 ผู้ใดเป็นข้าราชการตุลาการตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ เว้นแต่ ผู้ที่ได้รับเงินเดือนไม่ถึงขั้นต่ำของชั้นตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นได้รับ เงินเดือนในขั้นนั้น และในกรณีที่มี มาตรา 15 ได้กำหนดให้ข้าราชการตุลาการตำแหน่งใดได้รับ เงินเดือนมากกว่าหนึ่งชั้น ก็ให้ผู้ดำรงตำแหน่งได้รับเงินเดือนในชั้นต่ำของตำแหน่งนั้นฯ
เพื่อประโยชน์แห่ง มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 และ มาตรา 34 ผู้ใดเคยเป็นข้าราชการ ตุลาการตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 ให้ถือว่าผู้นั้นเคยเป็น ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 78 ผู้ใดเป็นดะโต๊ะยุติธรรมตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นดะโต๊ะยุติธรรม ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป
มาตรา 79 ผู้ใดเป็นข้าราชการธุรการสามัญตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการธุรการตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป
ให้ข้าราชการธุรการซึ่ง โอนมาจากข้าราชการตุลาการตาม มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 มีสิทธิได้รับการเลื่อนขั้นเงินตาม มาตรา 6 วรรคสามด้วย
มาตรา 80 ผู้ใดเป็นข้าราชการธุรการวิสามัญตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการ ธุรการวิสามัญต่อไป และให้นำ มาตรา 106 แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตำแหน่งใด เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาข้าราชการธุรการวิสามัญโดย เทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใด ให้กำหนดโดยกฎ ก.พ.
มาตรา 81 ข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยข้าราชการฝ่ายตุลาการในขณะที่ พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 ใช้บังคับ และผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ดำเนิน สอบสวนแล้ว ถ้าการสั่งและการสอบสวนพิจารณาที่ได้กระทำไปแล้วถูกต้องตามวิธีการที่ใช้อยู่ในขณะ นั้น ให้ถือว่าเป็นอันสมบูรณ์ ถ้ากรณียังค้างระหว่างการสอบสวน ก็ให้ดำเนินการสอบสวนตามวิธี
การนั้นต่อไปจนกว่าจะเสร็จแต่การพิจารณาและสั่งลงโทษให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 82 ผู้ที่ได้ยื่นใบสมัครเพื่อรับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงถือคุณสมบัติตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 และให้มีสิทธิทดสอบความรู้หรือสอบคัดเลือกเพื่อรับ การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตามพระราชบัญญัตินี้ได้
ผู้ที่ ก.ต. ได้ลงมติให้รับเข้าเป็นข้าราชการตุลาการ ในตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษาได้ตาม มาตรา 13 วรรคสาม แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 ก่อนวันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับหรือผู้ที่สอบคัดเลือกได้ตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และบัญชีการสอบคัดเลือกยังมิได้ยกเลิกตาม มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้คงมีสิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาต่อไป
มาตรา 83 ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญที่จะได้ประกาศใช้ ตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรพุทธศักราช 2520 มิให้นำความใน มาตรา 33 (4) ในส่วน ที่เกี่ยวกับข้าราชการการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา มาใช้บังคับแก่ข้าราชการตุลาการ
มาตรา 84 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาบรรจุบุคคลซึ่งเคยรับราชการและออกจากราชการไป ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเข้ารับราชการ ให้ปรับเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการ ให้เข้าชั้นและขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กลับเข้ารับ ราชการ
ในกรณีที่ผู้เข้ารับราชการเป็นผู้ซึ่งออกจากราชการ ก่อนมีการปรับอัตราเงินเดือนตาม พระราชบัญญัติ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2510 พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2512 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 359 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 หรือพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 ให้ปรับเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออก จากราชการตามพระราชบัญญัติและประกาศนั้น ๆ เสียก่อน แล้วจึงปรับเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง
ในกรณีที่ปรับเงินเดือนของผู้ที่กลับเข้ารับราชการ ตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เข้า ขั้นหรือขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กลับเข้ารับราชการไม่ได้ ให้ ก.ต.เป็นผู้พิจารณาว่าผู้นั้นสมควรได้รับการบรรจุในขั้นและขั้นใด ทั้งนี้ ก.ต.จะกำหนดให้ได้รับ เงินเดือนในขั้นที่ต่ำกว่าขั้นต่ำของชั้นเป็นกรณีเฉพาะรายก็ได้
มาตรา 85 ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง กฎ ก.พ. ข้อกำหนด ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.พ. ข้อกำหนด ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศที่ใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2497 ได้ใช้บังคับมานานแล้ว แม้จะได้ปรับปรุงแก้ไขมาหลายครั้ง ก็ยังมีบัญญัติหลายมาตราไม่เหมาะสมกับกาลสมัย และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการบริหารงานบุคคล ในปัจจุบัน สมควรจะได้ปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่ อันจะทำให้ราชการของกระทรวงยุติธรรมและ ศาลยุติธรรมดำเนินไปได้ผลดียิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
(ร.จ. เล่ม 95 ตอนที่ 59 หน้า 1 31 พฤษภาคม 2521)

บัญชีหมายเลข 1
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ
บาท
ขั้น 12 9885
ขั้น 12 11 9400
ขั้น 12 11 10 8950
ขั้น 12 11 10 9 8505 บาท บาท บาท บาท
ขั้น 12 11 10 9 8 8075 13245 13900 14600 15330 บาท
ขั้น 12 11 10 9 8 7 7660 12650 13245 13900 14600 16095
ขั้น 11 10 9 8 7 6 7260 12015 12650 13245 13900 15330 บาท
ขั้น 10 9 8 7 6 5 บาท 6875 11445 12015 12650 13245 14600 16900
ขั้น 9 8 7 6 5 4 5485 6505 10900 11445 12015 12650 13900 16095
ขั้น 8 7 6 5 4 3 5175 6150 10380 10900 11445 12015 13245 15330
ขั้น 7 6 5 4 3 2 4880 5800 9885 10380 10900 11445 12650 14600 บาท
ขั้น 6 5 4 3 2 1 4600 5485 9410 9885 10380 10900 12015 13900 17745
ขั้น 5 4 3 2 1 4335 5175 8950 9410 9885 10380 11445 13245 16900
ขั้น 4 3 2 1 4085 4880 8505 8950 9410 9885 10900 12650 16095
ขั้น 3 2 1 4850 4600 8075 8505 8950 9410 10380 12015 15330
ขั้น 2 1 3630 4335 7660 8075 8505 8950 9885 11445 14600
ชั้น 1 3420 4085 7260 7660 8075 8505 9410 10900 13900
ก ข ค ง จ ฉ ชั้น1 ชั้น2 ชั้น3 ชั้น4 ชั้น5 ชั้น6 ชั้น7 ชั้น8ชั้น9
อัตรา เงินเดือน

บัญชีหมายเลข 2
บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม
บาท
ชั้น 8 6,150
ชั้น 8 7 5,810
ชั้น 8 7 6 5,485
ชั้น 8 7 6 5 5,175
ชั้น 8 7 6 5 4 4,880
ชั้น 8 7 6 5 4 3 4,600
ชั้น 7 6 5 4 3 2 4,335
ชั้น 6 5 4 3 2 1 4,085
ชั้น 5 4 3 2 1 3,850
ชั้น 4 3 2 1 3,630
ชั้น 3 2 1 3,420
ชั้น 2 1 3,220
ชั้น 1 3,030
ก ข ค ง จ ฉ เงินเดือน

บัญชีหมายเลข 1
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ
บาท
ชั้น 12 9885
ชั้น 12 11 9400
ชั้น 12 11 10 8950
ชั้น 12 11 10 9 8505 บาท บาท บาท บาท
ชั้น 12 11 10 9 8 8075 13245 13900 14600 15330 บาท
ชั้น 12 11 10 9 8 7 7660 12650 13245 13900 14600 16095
ชั้น 11 10 9 8 7 6 7260 12015 12650 13245 13900 15330 บาท
ชั้น 10 9 8 7 6 5 บาท 6875 11445 12015 12650 13245 14600 16900
ชั้น 9 8 7 6 5 4 5485 6505 10900 11445 12015 12650 13900 16095
ชั้น 8 7 6 5 4 3 5175 6150 10380 10900 11445 12015 13245 15330
ชั้น 7 6 5 4 3 2 4880 5810 9885 10380 10900 11445 12650 14600 บาท
ชั้น 6 5 4 3 2 1 4600 5485 9410 9885 10380 10900 12015 13900 17745
ชั้น 5 4 3 2 1 4335 5175 8950 9410 9885 10380 11445 13245 16900
ชั้น 4 3 2 1 4085 4880 8505 8950 9410 9885 10900 12650 16095
ชั้น 3 2 1 3850 4600 8075 8505 8950 9410 10380 12015 15330
ชั้น 2 1 3630 4335 7660 8075 8505 8950 9885 11445 14600
ชั้น 1 3420 4085 7260 7660 8075 8505 9410 10900 13900
ก ข ค ง จ ฉ ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น 5 ชั้น 6 ชั้น 7 ชั้น 8 ชั้น 9
อัตรา เงินเดือน

บัญชีหมายเลข 2
บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม
บาท
ชั้น 8 6,150
ชั้น 8 7 5,810
ขั้น 8 7 6 5,495
ชั้น 8 7 6 5 5,175
ชั้น 8 7 6 5 4 4,880
ชั้น 8 7 6 5 4 3 4,600
ชั้น 7 6 5 4 3 2 4,335
ขั้น 6 5 4 3 2 1 4,085
ชั้น 5 4 3 2 1 3,850
ชั้น 4 3 2 1 3,630
ชั้น 3 2 1 3,420
ชั้น 2 1 3,220
ชั้น 1 3,030
ก ข ค ง จ ฉ เงินเดือน
อัตรา

บัญชีหมายเลข 1
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ
บาท
ชั้น 12 9885
ชั้น 12 11 9400
ชั้น 12 11 10 8950
ชั้น 12 11 10 9 8505 บาท บาท บาท บาท
ชั้น 12 11 10 9 8 8075 13245 13900 14600 15330 บาท
ชั้น 12 11 10 9 8 7 7660 12650 13245 13900 14600 16095
ชั้น 11 10 9 8 7 6 7260 12015 12650 13245 13900 15330 บาท
ชั้น 10 9 8 7 6 5 บาท 6875 11445 12015 12650 13245 14600 16900
ชั้น 9 8 7 6 5 4 5485 6505 10900 11445 12015 12650 13900 16095
ชั้น 8 7 6 5 4 3 5175 6150 10380 10900 11445 12015 13245 15330
ชั้น 7 6 5 4 3 2 4880 5810 9885 10380 10900 11445 12650 14600 บาท
ชั้น 6 5 4 3 2 1 4600 5485 9410 9885 10380 10900 12015 13900 17745
ชั้น 5 4 3 2 1 4335 5175 8950 9410 9885 10380 11445 13245 16900
ชั้น 4 3 2 1 4085 4880 8505 8950 9410 9885 10900 12650 16095
ชั้น 3 2 1 3850 4600 8075 8505 8950 9410 10380 12015 15330
ชั้น 2 1 3630 4335 7660 8075 8505 8950 9885 11445 14600
ชั้น 1 3420 4085 7260 7660 8075 8505 9410 10900 13900
ก ข ค ง จ ฉ ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น 5 ชั้น 6 ชั้น 7 ชั้น 8 ชั้น 9
อัตรา เงินเดือน

บัญชี หมายเลข 2
บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม
บาท
ชั้น 8 6,150
ชั้น 8 7 5,810
ชั้น 8 7 6 5,485
ชั้น 8 7 6 5 5,175
ชั้น 8 7 6 5 4 4,880
ชั้น 8 7 6 5 4 3 4,600
ชั้น 7 6 5 4 3 2 4,335
ชั้น 6 5 4 3 2 1 4,085
ชั้น 5 4 3 2 1 3,850
ชั้น 4 3 2 1 3,630
ชั้น 3 2 1 3,420
ชั้น 2 1 3,220
ชั้น 1 3,030
ก ข ค ง จ ฉ เงินเดือน
อัตรา
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update