| |
|
:: พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.
2475 มาตราที่ 8-15
/linecontent.gif)
:: ภาค 1ภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างนั้น
ๆ
มาตรา 8 ให้ผู้รับประเมินชำระภาษีปีละครั้งตามค่ารายปีของทรัพย์สิน
คือโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่าง อื่นกับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นนั้น
ในอัตราร้อยละสิบสองครึ่งของค่ารายปี เพื่อประโยชน์แห่ง มาตรา
นี้ "ค่ารายปี" หมายความว่า จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง
ๆ
ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นให้เช่า
ให้ถือว่าค่าเช่านั้นคือค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ทำให้
พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าค่าเช่านั้นมิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้
หรือเป็นกรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจาก เจ้าของทรัพย์สินดำเนินกิจการเองหรือด้วยเหตุประการอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินค่ารายปีได้
โดย คำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
[ มาตรา 8 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่
4) พ.ศ. 2534]
มาตรา 9 ทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ท่านให้ยกเว้นจากบทบัญญัติแห่งภาคนี้
(1) พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
(2) ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะและทรัพย์สินของการรถไฟแห่ง
ประเทศไทยที่ใช้ในกิจการการรถไฟโดยตรง
(3) ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสาธารณะ
ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไร ส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและในการศึกษา
(4) ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียว
หรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
(5) โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น
ๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปีและเจ้าของมิได้อยู่เองหรือให้ผู้อื่นอยู่ นอกจากคน เฝ้า
ในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน
(6) โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เองโดยมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้า
หรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้
มาตรา 10 โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง
หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม
ท่านให้งดเว้นจากบทบัญญัติแห่งภาคนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้น ไป
[ มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ แก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช 2475]
มาตรา 11 ถ้าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ถูกรื้อถอนหรือทำลายโดยประการอื่น
ท่านให้ลดยอด ค่ารายปีของทรัพย์สินนั้นตามส่วนที่ถูกทำลายตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ทำขึ้น
แต่ในเวลานั้นโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง อย่างอื่น ๆ นั้น ต้องเป็นที่ซึ่งยังใช้ไม่ได้
ในกรณีนี้ถ้าไม่มีโรงเรือนอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น
ๆ ในที่ดินนั้น ท่านให้กำหนดค่าภาษีในเวลาที่ กล่าวข้างบนตามบทบัญญัติในภาค
2 แห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 12 โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งทำขึ้นในระหว่างปีนั้น
ท่านว่าให้เอาเวลาซึ่งโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ นั้นได้มีขึ้นและสำเร็จจนควรเข้าอยู่ได้แล้วเท่านั้นมาเป็นเกณฑ์คำนวณค่ารายปี
ถ้าในระหว่างปีไม่มีโรงเรือนอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆในที่ดินนั้น
ท่านให้กำหนดค่าภาษีเฉพาะเวลา นั้น ตามบทบัญญัติใน ภาค 2
แห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 13 ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก
เครื่องกระทำหรือ เครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง
เช่น โรงสีโรงเลื่อย ฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการ ประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้น
รวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย
มาตรา 14 เวลาซึ่งลดค่ารายปีตามภาคนี้ ท่านให้คำนวณแต่เดือนเต็ม
มาตรา 15 ในท้องที่ซึ่งได้จัดตั้งสุขาภิบาลแล้ว หรือจะตั้งขึ้นก็ดี
ท่านให้แบ่งผลประโยชน์จากภาษีนั้น ระหว่างสุขาภิบาล (สองส่วนในสาม) กับรัฐบาล
(หนึ่งส่วนในสาม)
ค่าใช้จ่ายในการเก็บภาษีทุกอย่าง
ท่านให้รัฐบาลเป็นผู้เสีย
|
|