| |
|
:: พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.
2475 มาตราที่ 46-48
:: ภาค 4 บทกำหนดโทษ
มาตรา 46 ผู้ใดละเลยไม่แสดงข้อความตามที่กล่าวไว้ใน
มาตรา 20 เว้นแต่จะเป็นด้วยเหตุสุดวิสัย
ท่านว่าผู้ นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
มาตรา 47 ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจละเลยไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของพนักงานเจ้าหน้าที่
ไม่แจ้งรายการ เพิ่มเติมละเอียดยิ่งขึ้นเมื่อเรียกร้อง ไม่นำพยานหลักฐานมาแสดง
หรือไม่ตอบคำถามเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถาม ตามความใน
มาตรา 21 และ 22
ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา 48 ผู้ใด
(ก) โดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจยื่นข้อความเท็จ
หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จหรือนำ พยานหลักฐานเท็จมาแสดง
เพื่อหลีกเลี่ยงหรือจัดหาทางให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินตามที่
ควรก็ดี
(ข) โดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย
โดยฉ้อโกง โดยอุบาย โดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดทั้งสิ้นที่จะหลีก เลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของตนตามที่ควรก็ดี
ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกาศมา ณ วันที่ 19 เมษายน
พุทธศักราช 2475 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
:: บัญชีแสดงท้องที่ใช้พระราชบัญญัติภาษี โรงเรือนและที่ดิน
พุทธศักราช 2475
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้ในจังหวัดพระนคร
ภายในเขตจัดการสุขาภิบาล ดังได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 กันยายน พุทธศักราช 2466
คือ ตามแนวฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ปากคลองสามเสนลงไปถึงถนนสาทรฝั่งใต้
เลียบไปตามถนน สาทร ถนนวิทยุ ตัดเส้นตรงไปคลองสามเสน เลียบไปตามคลองสามเสนฝั่งใต้จนออกปากคลองบรรจบแนวฝั่งแม่
น้ำเจ้าพระยาโดยรอบ
กับให้มีอาณาเขตห่างจากถนนสาทรฝั่งใต้
ถนนวิทยุ และเส้นตรงไปคลองสามเสนออกไปทางทิศใต้อีก 15 เส้น
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช 2475
มาตรา
4 ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นไปให้ยกเลิกภาษีที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง
อย่างอื่น ๆ ตามภาค 2 มาตรา 16,17 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน
พุทธศักราช 2475
มาตรา
5 ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นไป ให้ลดค่าภาษีตาม มาตรา
8 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ ดิน พุทธศักราช 2475 ซึ่งกำหนดเก็บโดยอัตราร้อยละสิบห้าแห่งค่ารายปีลงเป็นเก็บโดยอัตราร้อยละสิบสองกึ่งแห่ง
ค่ารายปี
:: ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 209
ข้อ 1 ภาษีโรงเรือนและที่ดินเฉพาะท้องที่นอกเขตเทศบาลและนอกเขตสุขาภิบาลให้จังหวัดจัดเก็บเป็นราย
ได้ของจังหวัด และให้เป็นทรัพย์สินส่วนจังหวัด
ข้อ 2 ให้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความใน
มาตรา
40 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดพ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2499
:: พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.
2534
มาตรา
19 บรรดาค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่รัฐวิสาหกิจใดยังมิได้ดำเนินการชำระหรือค้างชำระอยู่ก่อน
วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐวิสาหกิจนั้นชำระให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้
บังคับ แต่ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดที่ค้างชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการ
สาธารณูปโภค หรือสาธารณูปการตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ก็ให้ค่าภาษีที่ค้างชำระนั้นเป็นอันพับไป
บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกคืนค่าภาษีหากได้มีการชำระไปแล้วก่อนวันที่พระราช
บัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา
20 ผู้ใดมีหน้าที่เสียภาษีให้แก่กรุงเทพมหานคร เทศบาลเมืองพัทยาสุขาภิบาล
หรือองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด แล้วแต่กรณี แต่ยังมิได้ยื่นแบบพิมพ์แสดงรายการทรัพย์สินเพื่อเสียภาษี
หรือยังมิได้ชำระภาษี หรือ ชำระภาษียังไม่ครบถ้วน หากผู้นั้นได้ติดต่อขอชำระภาษีตาม
มาตรา 19 และ มาตรา 20
แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรง เรือนและที่ดิน พุทธศักราช2475 และได้นำเงินค่าภาษีไปชำระต่อพนักงานเก็บภาษีภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นได้รับยกเว้นโทษทางอาญาและไม่ต้องเสียค่าปรับหรือเงินเพิ่ม
สำหรับ เงินค่าภาษีในส่วนที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยเหตุที่การจัดเก็บภาษีในปัจจุบันมีขั้นตอนมาก
และยังมีวิธีการที่จำกัด อีกทั้งการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากรัฐวิสาหกิจยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนและเป็น
ธรรมพอ ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระภาษีและเพื่อให้การคิดคำนวณภาษีเกิดความเป็นธรรมยิ่งขึ้น
สมควรปรับปรุงวิธีการในการจัดเก็บและการชำระภาษีทั้งของรัฐวิสาหกิจและของประชาชนเสียใหม่ให้เหมาะสม
ยิ่งขึ้น นอกจากนั้น เพื่อเร่งรัดให้มีการชำระภาษีที่ค้างชำระเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไปสม
ควรกำหนดเวลาให้มีการนำภาษีที่ค้างมาชำระภายในกำหนด โดยยกเว้นโทษทางอาญา รวมทั้งเงินเพิ่ม
และค่าปรับ ต่าง ๆ ให้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
:: พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.
2543
มาตรา
6 ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ผู้รับประเมินยื่นคำร้องขอให้พิจารณาประเมินใหม่ได้ให้ผู้บริหาร
ท้องถิ่นเป็นผู้ชี้ขาด เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ผู้บริหารท้องถิ่นอาจมอบอำนาจและหน้าที่ดัง
กล่าวให้หน่วยงานอื่นของรัฐดำเนินการแทนก็ได้
*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ
บริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 กำหนดให้มีองค์การบริหารส่วนตำบลและเป็นราชการส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอีกประเภทหนึ่ง
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน เพื่อให้ครอบคลุมถึงการเก็บภาษีโรงเรือนและที่
ดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนอกจากนี้โดยที่ถ้อยคำเกี่ยวกับราชการส่วนท้องถิ่นในกฎหมายว่าด้วยภาษีโรง
เรือนและที่ดินมีใช้อยู่หลายคำตามรูปแบบของราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอยู่หลากหลาย
สมควรปรับปรุงถ้อยคำดัง กล่าวเพื่อให้ครอบคลุมถึงราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภท
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
|
|