กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22  

:: พระราชบัญญัติ ภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 มาตราที่ 1-22


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยภาษีป้าย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ ภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ กับให้มี อำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้ายไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีป้ายท้าย พระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้"
มาตรา 4 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า "ราชการส่วนท้องถิ่น" "เขตราชการส่วนท้องถิ่น" และ"ผู้บริหารท้องถิ่น" ไว้ระหว่างบทนิยามคำว่า "ป้าย" และ "ปี" ใน มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ดังต่อไปนี้
"ราชการส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วน จังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ เป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้
"เขตราชการส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า
(1) เขตเทศบาล
(2) เขตสุขาภิบาล
(3) เขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(4) เขตกรุงเทพมหานคร
(5) เขตเมืองพัทยา
(6) เขตองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น
"ผู้บริหารท้องถิ่น" หมายความว่า
(1) นายกเทศมนตรี สำหรับในเขตเทศบาล
(2) ประธานกรรมการสุขาภิบาล สำหรับในเขตสุขาภิบาล
(3) ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(4) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
(5) ปลัดเมืองพัทยา สำหรับในเขตเมืองพัทยา
(6) หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การปกครองท้องถิ่นอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น สำหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น"
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 7 ให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายโดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่ม ติดตั้งหรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปีและให้คิด ภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละสามเดือนของปี ทั้งนี้ ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องไม่ เกินอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัตินี้
การคำนวณพื้นที่ภาษีป้าย ให้คำนวณตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) และ (7) ท้าย พระราชบัญญัตินี้
ป้ายที่ติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่น และมีพื้นที่เกินสองตารางเมตรต้องมีชื่อและ ที่อยู่ของเจ้าของป้ายเป็นตัวอักษรไทยที่ชัดเจนที่มุมขวาด้านล่างของป้ายและให้ข้อความดังกล่าว ได้รับยกเว้นภาษีป้ายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง"
มาตรา 6 ให้ยกเลิกความใน (4) และ (5) ของ มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(4) ป้ายที่แสดงไว้ที่คน หรือสัตว์
"(5) ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่น หรือภายในอาคารซึ่งเป็นที่รโหฐาน ทั้งนี้ เพื่อหารายได้ และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์"
มาตรา 7 ให้ยกเลิกความใน (9) ของ มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(9) ป้ายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่แสดงไว้ ณ อาคารหรือ บริเวณของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น"
มาตรา 8 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 9 และ มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 9 ภาษีป้ายที่เก็บในเขตราชการส่วนท้องถิ่นใด ให้เป็นรายได้ของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
" มาตรา 10 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้"
มาตรา 9 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 14 มาตรา 14ทวิ และ มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 14 เจ้าของป้ายผู้ใด
(1) ติดตั้งหรือแสดงป้ายอันต้องเสียภาษีภายหลังเดือนมีนาคม
(2) ติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิมและมีพื้นที่ ข้อความ ภาพ และ เครื่องหมายอย่างเดียวกับป้ายเดิมที่ได้เสียภาษีป้ายแล้ว
(3) เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีป้ายแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น
ให้เจ้าของป้ายตาม (1) (2) หรือ (3) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับแต่วันเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายในป้ายเดิม แล้วแต่กรณี
" มาตรา 14ทวิ ป้ายตาม มาตรา 14 (1) ให้เสียภาษีป้ายตาม มาตรา 7
ป้ายตาม มาตรา 14 (2) ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะปีที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย
ป้ายตาม มาตรา 14 (3) ให้เสียภาษีตาม (5) ของบัญชีอัตราภาษีป้ายท้าย พระราชบัญญัตินี้ถ้าเป็นป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความภาพ และเครื่องหมายทั้งหมดให้เสีย ภาษีป้ายตาม มาตรา 7
" มาตรา 15 ให้เจ้าของป้ายหรือผู้ซึ่งเจ้าของป้ายมอบหมายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(1) สำนักงานหรือที่ว่าการของราชการส่วนท้องถิ่นที่ป้ายนั้นติดตั้ง หรือแสดงอยู่ ในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
(2) สำนักงานหรือที่ว่าการของราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งการจดทะเบียน ยานพาหนะได้กระทำในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
(3) สถานที่อื่นที่ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนด โดยประกาศหรือโฆษณาให้ทราบเป็น เวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันประกาศหรือโฆษณา"
มาตรา 10 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 17 มาตรา 18 และ มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 17 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีป้ายตามหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีป้ายที่ กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) และ (7) ท้ายพระราชบัญญัตินี้และตามอัตราภาษีป้ายที่ กำหนดในกฎกระทรวงแล้วแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังเจ้าของป้าย
" มาตรา 18 ในกรณีที่ปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีผู้อื่นแบบแสดงรายการสำหรับ ภาษีป้ายใด เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้น เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าเจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่ เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายตามลำดับ และ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินภาษีป้ายเป็นหนังสือไปยังบุคคลดังกล่าว
" มาตรา 19 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายชำระภาษีป้ายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่ได้ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไว้ หรือ ณ สถานที่อื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ทั้งนี้ ภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน และให้ถือว่าวันที่ชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นวัน ชำระภาษีป้าย
การชำระภาษีป้ายจะกระทำ โดยวิธีการส่งธนาณัติหรือตั๋วแลกเงินของธนาคารที่สั่งจ่าย เงินให้แก่ราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ไปยังสถานที่ตามวรรคหนึ่ง โดยส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนหรือส่งโดยวิธีอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดแทนการชำระต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ และให้ถือว่าวันที่ได้ทำการส่งดังกล่าวเป็นวันชำระภาษีป้าย"
มาตรา 11 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 19ทวิ และ มาตรา 19ตรี แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510
" มาตรา 19ทวิ ถ้าภาษีป้ายที่ต้องชำระมีจำนวนตั้งแต่สามพันบาทขึ้นไป ผู้มีหน้าที่เสีย ภาษีป้ายจะขอผ่อนชำระเป็นสามงวด งวดละเท่า ๆ กันก็ได้ โดยแจ้งความจำนงเป็นหนังสือให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษีตาม มาตรา 19 วรรคหนึ่ง
การผ่อนชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง ให้ชำระงวดที่หนึ่งก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษีตาม มาตรา 19 วรรคหนึ่ง งวดที่สองภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวด ที่สามภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง
ถ้าผู้ขอผ่อนชำระภาษีไม่ชำระภาษีป้ายงวดหนึ่งงวดใด ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้หมดสิทธิที่จะขอผ่อนชำระภาษี และให้นำ มาตรา 25 (3) มาใช้บังคับสำหรับงวดที่ยังมิได้ ชำระ
" มาตรา 19ตรี ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายแสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผย ในสถานที่ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการ"
 
มาตรา 12 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของ มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 21 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึดหรืออายัดและ ขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายที่ค้างชำระ เพื่อนำเงินมาชำระค่าภาษีป้าย ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายโดยมิต้องขอให้ศาลสั่งหรือออกหมายยึด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรี กำหนด"
มาตรา 13 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 23 และ มาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 23 เมื่อได้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ตาม มาตรา 21 วรรคหนึ่งแล้ว ถ้าได้ มีการชำระภาษีป้ายที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน โดยครบถ้วนก่อนการขายทอดตลาดให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายสั่งถอนการยึด หรืออายัดนั้น
" มาตรา 24 ผู้ใดเสียภาษีป้ายโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินกว่าที่ควรต้องเสีย ผู้นั้น มีสิทธิได้รับเงินคืน
การขอรับเงินคืน ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมาย ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีป้าย ในการนี้ให้ผู้ยื่นคำร้องส่งเอกสาร หลักฐานหรือคำชี้แจงใด ๆ ประกอบคำร้องด้วย
เมื่อผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิได้รับเงินคืน ให้สั่งคืนเงินให้โดยเร็ว และแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องทราบเพื่อมาขอรับเงินคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
การกระทำใด ๆ เพื่อให้เสียภาษีป้ายน้อยลงกว่าที่ได้เสียไปแล้ว ให้มีผลเมื่อเริ่มต้นปี ภาษีป้าย"
มาตรา 14 ให้ยกเลิกความใน (3) ของ มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(3) ไม่ชำระภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสองต่อ เดือนของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้าย เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ไม่ให้นำ เงินเพิ่มตาม(1) และ (2) มาคำนวณเป็นเงินเพิ่มตามอนุมาตรานี้ด้วย"
มาตรา 15 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 30 และ มาตรา 31 มาตรา 32 และ มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 30 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษีป้ายแล้วเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง มีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่น มอบหมายได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการชำระภาษีป้าย เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่น
" มาตรา 31 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหาร ท้องถิ่นมอบหมายอาจมีหนังสือเรียกผู้อุทธรณ์มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้
ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่ยื่นอุทธรณ์ภายในสามสิบวันตาม มาตรา 30 วรรคหนึ่ง ไม่ปฏิบัติตามหนังสือ เรียกไม่ยอมให้ถ้อยคำ หรือไม่ยอมส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายมีอำนาจยกอุทธรณ์นั้นเสียได้
" มาตรา 32 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ และแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยัง ผู้อุทธรณ์และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ทำการประเมินโดยเร็ว
" มาตรา 33 ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่น มอบหมายโดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เว้นแต่ใน กรณีที่เป็นการยกอุทธรณ์ตาม มาตรา 31 วรรคสอง
การฟ้องคดีตามวรรคหนึ่งจะกระทำได้ต่อ เมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 30 แล้ว"
มาตรา 16 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 33ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510
" มาตรา 33ทวิ ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ถึงที่สุดให้คืนเงินค่าภาษีป้ายให้แก่ผู้อุทธรณ์ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งบริหารท้องถิ่นมอบหมายแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยเร็วเพื่อมาขอรับเงิน คืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง"
มาตรา 17 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 38 และ มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 34 ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายาม หลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่น บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
" มาตรา 35 ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพัน บาทถึงห้าหมื่นบาท
" มาตรา 35ทวิ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 7 วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับวันละหนึ่ง ร้อยบาทเรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด
" มาตรา 36 ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้ายตาม มาตรา 16 หรือไม่แสดงการเสีย ภาษีป้ายตาม มาตรา 19ตรี ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
" มาตรา 37 ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 27 (1) หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตาม มาตรา 27 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหกเดือนหรือปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
" มาตรา 38 ในกรณีมีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่ง ผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายเห็นว่าเป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือมีโทษจำคุกหรือปรับและ โทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจเปรียบเทียบสถานเดียวได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ซึ่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ
(2) ในเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นยกเว้นเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายของแต่ละเขต เป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ
เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับ ตามที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการ เปรียบเทียบให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ดำเนินคดีต่อไป
" มาตรา 39 เงินค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น"
มาตรา 18 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 39ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510
" มาตรา 39ทวิ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็น นิติบุคคลกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับ ความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมให้การกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้น"
มาตรา 19 ให้ยกเลิกบัญชีอัตราภาษีป้ายท้าย พระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และให้ใช้ บัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
กฎกระทรวงที่กำหนดอัตราภาษีป้าย ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ แก่การเก็บภาษีป้ายในปีถัดจากปีที่ประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 20 บทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 21 ความใน มาตรา 7 วรรคสาม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 22 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ พระราชบัญญัติ ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว สมควรปรับปรุงบทบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นภาษี การกำหนดอัตราภาษี การยื่นแบบแสดงรายการภาษี ประเมินภาษี การชำระภาษี การบังคับ ชำระภาษีค้าง การคืนเงินค่าภาษี อัตราเงินเพิ่มต และการอุทธรณ์ ตลอดจนปรับปรุงบทกำหนด โทษให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันหรือให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้
(ร.จ. เล่ม 108 ตอนที่ 240 หน้า 26 วันที่ 29 ธันวาคม 2534)

บัญชีอัตราภาษีป้าย
(1) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ให้คิดอัตรา 10 บาท ต่อห้าร้อยตารางเซ็นติเมตร
(2) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษร ต่างประเทศและหรือปนกับภาพ และหรือเครื่องหมายอื่น ให้คิดอัตรา 100 บาท ต่อห้าร้อย ตารางเซ็นติเมตร
(3) ป้ายดังต่อไปนี้ ให้คิดอัตรา 200 บาท ต่อห้าร้อย ตารางเซ็นติเมตร
(ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพหรือ เครื่องหมายใด ๆ หรือไม่
(ข) ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือ ต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
(4) ป้ายตาม (1) (2) หรือ (3) ซึ่งมีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยน เป็นข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพอื่นได้ โดยเครื่องจักรกลหรือโดยวิธีใด ๆ ให้คิดอัตราภาษี ตามจำนวนข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพ หรือตามระยะเวลาที่ข้อความ เครื่องหมาย หรือ ภาพปรากฏอยู่ในป้าย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้ายังไม่ได้ออก กฎกระทรวงให้คิดอัตราภาษีตามบัญชีอัตราภาษีป้ายนี้
(5) ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม มาตรา 14 (3) ให้คิดอัตราตาม (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะจำนวนเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น
(6) พื้นที่ของป้ายไม่ว่าจะมีรูปร่างหรือลักษณะอย่างไร ให้คำนวณดังนี้
(ก) ถ้าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนด ได้ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซ็นติเมตร
(ข) ถ้าเป็นป้ายที่ไม่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้ถือว่าตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุด เป็นขอบเขตสำหรับกำหนดส่วนกว้างที่สุดและยาวที่สุด และคำนวณตาม (ก)
(7) ป้ายตาม (1) (2) (3) หรือ (4) เมื่อคำนวณพื้นทีของป้ายแล้ว
(ก) ถ้ามีเศษเกินกึ่งหนึ่งของห้าร้อยตารางเซ็นติเมตร ให้นับเป็นห้าร้อยตารางเซ็นติเมตร ถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่ง ให้ปัดทิ้ง
(ข) ถ้ามีอัตราที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update