กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  มาตราที่ 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35
   
:: พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตราที่ 19-35

:: หมวด 3 การฟื้นฟูสมรรถภาพ
มาตรา 19 ผู้ใดต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพหรือมีไว้ใน ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 ตาม ปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ปรากฏว่าต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูก ดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นด้วยซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกหรือต้องคำพิพากษา ให้จำคุก ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้นั้นไปยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่อยู่ในเขตอำนาจ เพื่อตรวจพิสูจน์ว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติดหรือไม่ และให้ถือว ่าผู้ต้องหายังอยู่ใน ความควบคุมของพนักงานสอบสวน ส่วนการสอบสวนก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ต่อไป
ในกรณีที่ผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่งมีอายุยังไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ ให้นำ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน และครอบครัวมาใช้บังคับ
มาตรา 20 เมื่อได้มีการรับตัวผู้ต้องหาไว้ตาม มาตรา 19 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกประวัติของผู้ต้องหาและดำเนินการให้มีการตรวจ พิสูจน์โดยเร็วว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติดหรือไม่ เสร็จแล้วให้รายงานผลการตรวจ พิสูจน์ และบันทึกประวัติต่อคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ หลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกประวัติและการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 21 ในกรณีที่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ วินิจฉัยว่าผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งตัวผู้นั้นเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้วรายงานให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ถ้า ผลการตรวจพิสูจน์ไม่ปรากฏว่าผู้นั้นติดยาเสพติด ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้นั้น คืนให้พนักงานสอบสวนพร้อมรายงานการตรวจพิสูจน์
มาตรา 22 ภายใต้บังคับ มาตรา 25 มาตรา 26 และ มาตรา 27 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพต้องอยู่รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันถูกส่งตัว เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
มาตรา 23 คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพอาจพิจารณา ปล่อยตัวไปชั่วคราวสำหรับผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เป็นบุคคลตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด โดยมีเงื่อนไขให้ผู้นั้นปฏิบัติตามได้เมื่อปรากฏว่ามีกรณีที่ มีเหตุอันสมควรตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดปรากฏขึ้นแก่คณะอนุกรรมการ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ
การปล่อยตัวชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง จะให้กระทำโดยไม่มีประกันหรือ มีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันก็ได้ และเมื่อได้มีการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบทันที
มาตรา 24 ในกรณีที่ปรากฏว่าภูมิลำเนาของผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพอยู่คนละท้องที่ที่อยู ่ในเขตอำนาจของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่ผู้นั้นเข้ารับ การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นอันเกี่ยวกับสภาพทางครอบครัวของ ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพอาจร้องขอต่อคณะ อนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้พิจารณาอนุญาตให้ย้ายตนไปรับ การฟื้นฟูสมรรถภาพที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่นก็ได้ และเมื่อคณะอนุกรรมการ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพได้รับการร้องขอดังกล่าว ก็ให้เสนอเรื่องพร้อมทั้ง ความเห็นไปยังคณะกรรมการ
ในกรณีที่เหตุตามวรรคหนึ่งปรากฏขึ้นแก่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจะเสนอความเห็น ไปยังคณะกรรมการโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอก็ได้
คณะกรรมการจะพิจารณาอนุญาตให้ย้ายผู้นั้นไปรับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่นได้ต่อเมื่อปรากฏว่าการย้ายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ แก่การฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้นั้น
มาตรา 25 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพอาจได้รับการพิจารณาขยาย หรือลด ระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา 26 ในกรณีที่ปรากฏว่าผลการฟื้นฟูสมรรถภาพยังไม่เป็นที่ พอใจให้คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพพิจารณาขยายระยะเวลาการ ฟื้นฟูสมรรถภาพออกไปอีกได้ แต่ถ้าปรากฏว่าผลการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นที่พอใจ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจะพิจารณาลดระยะเวลาการฟื้นฟู สมรรถภาพตามที่เห็นสมควร หรือส่งตัวผู้นั้นคืนให้พนักงานสอบสวนพร้อมรายงาน ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพก็ได้
มาตรา 27 การขยายและการลดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพ จะกระทำกี่ครั้งก็ได้ แต่การขยายระยะเวลาฟื้นฟูสมรรถภาพครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน หกเดือน และรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันถูกส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพ
มาตรา 28 ในระหว่างการตรวจพิสูจน์หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้ถือว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ แล้วแต่กรณี เป็นผู้ถูกคุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 29 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรร ถภาพต้องปฏิบัติตามระเบียบและ เงื่อนไขต่าง ๆ ที่คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ กำหนด รวมทั้งข้อบังคับของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยเคร่งครัด
มาตรา 30 ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพ ถ้าผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ใดหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้ถือว่าผู้นั้นหลบหนีการ คุมขังตาม มาตรา 190 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้ง ให้พนักงานสอบสวนทราบทันที ในกรณีนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกติดตาม จับกุมผู้นั้นได้ด้วย
ในกรณีที่ได้มีการหลบหนีตามวรรคหนึ่ง มิให้นับระยะเวลาที่ผู้นั้นได้ เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพมาแล้วเข้าในกำหนดระยะเวลาการคุมขัง
มาตรา 31 ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพซึ่งได้รับการ ปล่อยตัวชั่วคราวไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนระเบียบ เงื่อนไข หรือข้อบังคับที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จับตัวผู้นั้นกลับเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ทันทีโดยมิต้องมีหมาย และในกรณีนี้ให้ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมีอำนาจ ลงโทษตาม มาตรา 32 ได้ด้วย
มาตรา 32 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถ ภาพผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 29 ให้ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมีอำนาจลงโทษสถานหนึ่งหรือหลายสถาน ดังต่อไปนี้
(1) ภาคทัณฑ์
(2) ตัดการอนุญาตให้รับการเยี่ยมหรือการติดต่อไม่เกินสามเดือน
(3) จัดให้อยู่เดี่ยวครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน
มาตรา 33 เมื่อคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ วินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใดได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพจนพ้นจาก การเป็นผู้ติดยาเสพติดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากความผิดที่ถูกกล่าวหา ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้นั้นไป แล้วส่งรายงานผลการฟื้นฟูสมรรถภาพและความเห็น ของคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพให้พนักงานสอบสวนทราบเพื่อ งดการดำเนินคดีผู้นั้น
ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใด แม้จะได้รับการฟื้นฟู สมรรถภาพจนครบกำหนดเวลาตาม มาตรา 22 และ มาตรา 27 แล้ว แต่ผล การฟื้นฟูสมรรถภาพยังไม่เป็นที่พอใจ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้นั้นกลับไปยัง พนักงานสอบสวนพร้อมกับรายงานผลการฟื้นฟ ูสมรรถภาพ และความเห็นของ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อพิจารณาว่าสมควรดำเนินคดีผู้นั้น หรือไม่
มาตรา 34 ในการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้ต้องหาที่ได้รับการฟื้นฟู สมรรถภาพแล้วตาม มาตรา 33 วรรคสอง ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมาย กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใด หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึง ถึงระยะเวลาที่ผู้นั้นได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้ว
มาตรา 35 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเป็นเจ้าพนักงานตาม ประมวลกฎหมายอาญา


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update