กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17
   
:: พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 มาตราที่ 6-17

:: หมวด 1 คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
มาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวง พาณิชย์เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลังและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ทางนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ การบริหารธุรกิจหรือการบริหารราชการแผ่นดิน มีจำนวนไม่น้อยกว่าแปด คนแต่ไม่เกินสิบสองคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยต้องแต่งตั้งจากผู้ทรง คุณวุฒิภาคเอกชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นกรรมการ และให้เลขาธิการเป็น กรรมการและเลขานุการ
การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุติตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 7 ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการต้องไม่เป็น ข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรง ตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
มาตรา 8 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้
(2) ประกาศกำหนดส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายของธุรกิจใดที่ถือ ว่าผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจ เหนือตลาด
(3) พิจารณาเรื่องร้องเรียนตาม มาตรา 18 (5)
(4) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเก็บหรือนำสินค้าไปเป็นตัวอย่าง เพื่อตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ตาม มาตรา 19 (3)
(5) ออกประกาศกำหนดส่วนแบ่งตลาด ยอดเงินขาย จำนวนทุน จำนวนหุ้น หรือจำนวนสินทรัพย์ตาม มาตรา 26 วรรคสอง
(6) สั่งการตาม มาตรา 30 และ มาตรา 1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการกระทำ
(7) ออกประกาศกำหนดแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ขออนุญาตกระทำการรวมธุรกิจ หรือร่วมกันลดหรือจำกัดการแข่งขันตาม มาตรา 35
(8) พิจารณาคำขออนุญาตกระทำการรวมธุรกิจ หรือร่วมกันลดหรือ จำกัดการแข่งขันที่ยื่นตาม มาตรา 35
(9) เชิญบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็น
(10) สอดส่องและเร่งรัดคณะอนุกรรมการสอบสวนในการสอบสวน การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(11) กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการดำเนินการของพนักงาน เจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้
(12) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการ
(13) พิจารณาดำเนินคดีอาญาตามที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ตาม มาตรา 55
 
    มาตรา 9 ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา 6 มีวาระอยู่ในตำแหน่ง คราวละสองปี
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการ แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้าไปรับหน้าที่
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้ง อีกได้แต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
มาตรา 10 ให้นำความใน มาตรา 75 มาตรา 76 มาตรา 77 มาตรา 78 มาตรา 79 มาตรา 80 มาตรา 81 มาตรา 82 และ มาตรา 83 แห่ง พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาใช้บังคับกับ การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ทรง คุณวุฒิและการประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม และให้กรรมการผู้ทรง คุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 7 ด้วย
มาตรา 11 คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและ เสนอความเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ ได้รับมอบหมายแล้วรายงานต่อคณะกรรมการก็ได้
มาตรา 12 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะ เรื่องขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ โดยในแต่ละคณะประกอบด้วยผู้ทรง คุณวุฒิในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และมีความรู้และประสบการณ์ด้านต่าง ๆ เช่น นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ การบัญชี หรือการบริหารธุรกิจ มีจำนวน ไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็นอนุกรรมการและให้ผู้แทนกรมการค้า ภายในเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ให้คณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเลือกอนุกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานอนุกรรมการ
มาตรา 13 ให้คณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องมีหน้าที่พิจารณา เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตามที่คณะกรรมการมอบหมายเรื่องดังต่อไปนี้
(1) เรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อำนาจเหนือตลาด การรวมธุรกิจ การลดหรือการจำกัดการแข่งขันตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 28 และ มาตรา 29
(2) การพิจารณาคำขออนุญาตให้มีการรวมธุรกิจ การลดหรือจำกัด การแข่งขันตาม มาตรา 37
(3) เรื่องอื่นตามที่คณะกรรมการขอให้พิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใด อย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ คณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะ เรื่องอาจเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการ ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะ เรื่องมีอำนาจมีหนังสือเรียกบุคคลซี่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดเพื่อประกอบการพิจารณาได้
มาตรา 14 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนขึ้นคณะ หนึ่งหรือหลายคณะโดยในแต่ละคณะประกอบด้วยผู้ซึ่งมีความรู้และประสบ การณ์ทางคดีอาญาหนึ่งคน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการ อัยการ และข้าราชการซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ทางเศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือการบัญชี อีกไม่เกินสี่คนเป็น อนุกรรมการ และให้ผู้แทนกรมการค้าภายในเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนมีอำนาจหน้าที่สืบสวนและสอบสวนเกี่ยว กับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อได้ดำเนินการแล้วให้ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป
ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน อนุกรรมการ
มาตรา 15 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการและ อนุกรรมการการสอบสวนตาม มาตรา 14 มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับ พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 16 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นควรสั่งฟ้องไปยัง พนักงานอัยการ การแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการตามความใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้ประธานกรรมการเป็นผู้ใช้ อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่ กรณี
มาตรา 17 ให้นำความใน มาตรา 9 และ มาตรา 10 มาใช้บังคับกับ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง และคณะ อนุกรรมการสอบสวนโดยอนุโลม


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update