แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
ว่าด้วยการขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาในคดีล้มละลาย
พ.ศ. 2547
 

:: ส่วนที่1 บททั่วไป มาตรา 1-2
:: ส่วนที่2 การยื่นคำขอเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ มาตรา 3-5
:: ส่วนที่3 การรับคำร้อง มาตรา 6-10
:: ส่วนที่4 การพิจารณาคำร้อง มาตรา 11-16


 
     

     
 
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 26 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2547 ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ออกระเบียบเกี่ยวกับการขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาในคดีล้มละลาย ดังต่อไปนี้

:: ส่วนที่ 1 บททั่วไป
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาในคดีล้มละลาย พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

:: ส่วนที่ 2 การยื่นคำขอเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์
ข้อ 3 คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา พร้อมกับอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์
ในกรณีที่ศาลล้มละลายสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะเหตุต้องห้ามตามมาตรา 24 คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ศาลล้มละลายมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์
ข้อ 4 คู่ความที่ยื่นคำร้องจะต้องยื่นคำร้องพร้อมสำเนาคำร้องตามจำนวนที่ศาลฎีกาประกาศกำหนด เพื่อให้ศาลฎีกาใช้ประกอบการพิจารณา
ข้อ 5 คำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์จะต้องประกอบด้วย
(1) ปัญหาที่ขออนุญาตอุทธรณ์ จะต้องแสดงโดยชัดแจ้งและกะทัดรัด
(2) เหตุที่ศาลฎีกาควรรับอุทธรณ์ของคู่ความที่ยื่นคำร้องไว้พิจารณา

:: ส่วนที่ 3 การรับคำร้อง
ข้อ 6 เมื่อคู่ความได้ยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อ 3 แล้ว ให้ศาลล้มละลายรีบส่งคำร้องและอุทธรณ์ สำเนาคำร้อง พร้อมสำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาโดยเร็ว
ข้อ 7 เมื่อศาลฎีกาได้รับคำร้องแล้ว ให้ประกาศคำร้องไว้ที่หน้าศาล หรือประกาศย่อรายละเอียดเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามที่ศาลฎีกาเห็นสมควร พร้อมแจ้งกำหนดวันนัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องไว้ในประกาศดังกล่าวด้วย
ข้อ 8 ผู้มีส่วนได้เสียในการขออนุญาตอุทธรณ์อาจยื่นคำคัดค้านพร้อมด้วยสำเนาคำคัดค้าน ตามจำนวนที่ศาลฎีกาประกาศกำหนดต่อศาลฎีกาก่อนวันนัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำคัดค้านมีภูมิลำเนาหรือประกอบธุรกิจอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ผู้คัดค้านอาจยื่นคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งต่อศาลล้มละลายภาค หรือศาลจังหวัดที่ผู้คัดค้านมีภูมิลำเนาหรือประกอบธุรกิจอยู่ในเขต เมื่อรับคำคัดค้านแล้วให้ศาลดังกล่าวรีบส่งไปยังศาลฎีกาทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นในทันที แล้วส่งคำคัดค้านพร้อมสำเนาคำคัดค้านไปยังศาลฎีกาโดยเร็ว โดยเรียกค่าใช้จ่ายในการส่งจากผู้คัดค้าน
ข้อ 9 คำคัดค้านจะต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) หมายเลขคดีของศาลฎีกาและชื่อคู่ความ
(2) เหตุที่ศาลฎีกาไม่ควรอนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์
(3) คำคัดค้านจะต้องแสดงโดยชัดแจ้ง และจะมีเอกสารแนบท้ายคำคัดค้านก็ได้
ข้อ 10 ในการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ หรือขอแก้ไขคำคัดค้าน จะต้องยื่นภายในกำหนดระยะเวลายื่นคำร้องหรือคำคัดค้านนั้น พร้อมด้วยสำเนาตามจำนวนที่ศาลฎีกาประกาศกำหนด เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย ให้ยื่นคำร้องขอแก้ไขได้ก่อนศาลฎีกามีคำสั่ง

:: ส่วนที่ 4 การพิจารณาคำร้อง
ข้อ 11 เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามข้อ 8 วรรคหนึ่งแล้ว ให้เลขานุการแผนกคดีล้มละลายเสนอคำร้อง คำคัดค้าน คำขอแก้ไข พร้อมย่อสรุปเรื่องและแนวคำวินิจฉัยบรรทัดฐานหรือความเห็นประกอบการวินิจฉัย เพื่อให้ที่ประชุมแผนกคดีล้มละลายพิจารณา ทั้งนี้ ให้ส่งเอกสารดังกล่าวให้ผู้พิพากษาในแผนกทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสามวัน
ข้อ 12 ศาลฎีกามีดุลพินิจที่จะพิจารณาอนุญาตให้อุทธรณ์ เมื่อมีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และการรับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวจะทำให้กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายดำเนินไปอย่างเป็นธรรม
เหตุสมควรที่ศาลฎีกาอาจพิจารณาอนุญาตให้อุทธรณ์ได้ รวมถึงเหตุดังต่อไปนี้
ก. เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของศาลอื่น
ข. คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกับแนวคำวินิจฉัยของศาลอื่น หรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา
ค. คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งยังไม่มีแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกามาก่อน
ข้อ 13 ในการพิจารณาคำร้อง หากที่ประชุมแผนกคดีล้มละลายลงมติอนุญาตตามคำร้องด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้พิพากษา ในแผนกก็ให้ถือว่าศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ได้
ข้อ 14 เมื่อแผนกคดีล้มละลายมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ให้เลขานุการแผนกจัดทำคำสั่งให้ผู้พิพากษาในแผนกลงชื่อเป็นองค์คณะ แล้วแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ศาลล้มละลายทราบโดยเร็ว
ข้อ 15 เมื่อศาลล้มละลายได้รับแจ้งคำสั่งของศาลฎีกาแล้วให้ศาลล้มละลายแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทราบภายในห้าวันทำการ
ข้อ 16 คดีที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์หรือไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ภายในกำหนด ให้ศาลล้มละลายรีบส่งสำนวนพร้อมเอกสารต่างๆ ไปยังศาลฎีกาภายในห้าวันทำการ
 
ประกาศ ณ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2547
ศุภชัย ภู่งาม
ประธานศาลฎีกา
 
     
Update