| |
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2422 ข้อที่ 1-3
อาศัยอำนาจตามความใน
มาตรา 5
มาตรา 11
วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ
1 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของ (1) ให้ ข้อ
2 แห่ง กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ จราจรทางบก
พ.ศ. 2522
"รถคันใดจะมีโคมไฟหน้ารถเพื่อใช้ตัดหมอกก็ได้โดยให้ติดหน้ารถข้างละหนึ่งดวงอยู่ในระดับเดียวกัน
ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลือมีกำลังไฟเท่ากัน ไม่เกิน ดวงละ 55 วัตต์ สูงจากพื้นทางราบไม่เกินกว่าระดับโคมไฟแสง
พุ่งไกลและโคมไฟแสงพุ่งต่ำ ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า
2 องศา หรือ 0.02 เมตร ในระยะ 7.50 เมตร และไม่เฉไปทางขวา"
ข้อ
2 ให้ยกเลิกใน (ข) ของ (2) ใน ข้อ 2 แห่ง กฎกระทรวง
ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(ข) โคมไฟหยุด
ให้ติดท้ายรถอย่างน้อยข้างละหนึ่งดวง โคมไฟทั้งสองข้างต้องอยู่ในระดับเดียวกัน
และจะติดตรงกึ่งกลางด้านท้ายภายในรถเพิ่มอีกหนึ่ง ดวงก็ได้ใช้ไฟแสงแดงมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ
10 วัตต์ และมีแสงสว่าง สามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร เมื่อใช้ห้ามล้อไฟต้องไม่กระพริบ"
ข้อ
3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (3ทวิ) ของ ข้อ 13 แห่ง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ.
2522
"(3ทวิ) ในกรณีที่รถมีโคมไฟเพื่อใช้ตัดหมอก
จะเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างได้เฉพาะในทางที่จะขับรถผ่านมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจน
เป็นอุปสรรคอันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถ และเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้า หรือสวนมาในระยะของแสงไฟ
เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมหรืออธิบดีกรม
:: ให้ไว้ ณ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2536
:: (ลงชื่อ) พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโคมไฟหน้ารถและโคมไฟท้ายรถ
โดยจะมีโคมไฟหน้ารถเพื่อใช้ตัดหมอกก็ได้ รวมทั้งจะให้มีโคมไฟหยุดตรงกึ่งกลางด้านท้ายภายในรถอีกหนึ่งดวงเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิมได้ด้วย
เพื่อให้การจราจรเป็นไปโดยปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ |
|